ด้วยนิสัยของนกสีชาด เวลามันขี้ขลาด แม้แต่หัวยังไม่กล้าโผล่ออกมา
แต่ถ้ามีโอกาสอยู่ตรงหน้า ไอ้ตัวแสบนี้กล้าลุยทุกอย่างจริง ๆ อย่างตอนนั้นที่มันอ่อนแอยังกล้าบุกเข้ารังอสูรซากระดับห้า ถึงมันจะตรงไปแย่งผลทิพย์ของอสูรซากระดับราชันมาจริง ๆ สวีอวี้ก็ไม่มีอะไรต้องแปลกใจ
“ใจเย็นไว้ ไอ้นั่นบินได้ ยามคับขันหนีได้ แต่ฉันบินไม่เป็นนะ”
สวีอวี้สูดลมหายใจลึก พยายามข่มแรงกระตุ้นในใจสุดกำลัง
ทว่า ผลทิพย์เจ็ดสีราวกับมีมนต์สะกดบางอย่าง แสงหม่นพวยพุ่งพล่าน ประหนึ่งเรียกหาเขาอย่างไร้สุ้มเสียง จิตใจเขาสั่นไหว แทบจะพุ่งออกไปโดยไม่คิดชีวิต
สวีอวี้กัดริมฝีปากแน่น กลิ่นคาวกระจายเต็มปากในพริบตา เขาอยากใช้ความเจ็บทำให้มีสติ เพราะความคิดนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว
เมื่อกี้ที่เขาทำสำเร็จมาได้ ประการแรกเพราะอสูรซากสองตัวนั้นกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ความสนใจจับจ้องที่คู่ต่อสู้เต็มตัว ประการที่สองอยู่ห่างจากชีพจรปราณ อีกทั้งคลื่นพายุที่ปะทุก็ส่งเสียงกัมปนาทใหญ่หลวง ทำให้เขาลงมือได้โดยที่อสูรซากระดับราชันไม่ทันรู้ตัว
แต่ต้นไม้ทิพย์เจ็ดสีอยู่กลางชีพจรปราณพอดี ถึงอสูรซากระดับราชันสองตัวจะไม่ได้ตั้งใจให้ที่นั่นเป็นสนามรบ แต่ด้วยความเร็วของพวกมัน เพียงพริบตาก็ถึงได้ ต่อให้สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้จะมีพลังพิเศษอะไรอีกก็ไม่แปลก
ทันทีที่เขาเข้าใกล้ต้นไม้ทิพย์เจ็ดสี ต้องถูกอสูรซากระดับราชันสองตัวที่ตาจนแดงก่ำจ้องเป้าหมายพร้อมกัน ตอนนั้น โอกาสหนีของเขาก็ไม่มีเลย
