จากนั้น พนักงานสาวก็เหลือบมองฉินชิงหานอย่างดูแคลน ก่อนพูดว่า “ตามฉันมา”
พนักงานสาวพาฉินชิงหานไปยังหน้าต่างกระจกบานใหญ่ แล้วพูดกับชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านในว่า “เธอมารับของคืนค่ะ ฝากจัดการต่อด้วยนะคะ”
พูดจบ พนักงานสาวก็เดินไปยืนข้างๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
ชายวัยกลางคนยื่นมือไปทางฉินชิงหานอย่างไม่ยินดียินร้าย “ส่งใบรับจำนำมาให้ผม”
ฉินชิงหานรีบยื่นใบรับจำนำให้ชายวัยกลางคน
แต่เมื่อชายวัยกลางคนกวาดตามองใบรับจำนำ สีหน้าเรียบเฉยก็พลันเผยแววผิดปกติขึ้นมา
จากนั้นเขาก็เรียกพนักงานสาวที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ด้านนอกว่า “ผู้จัดการหลี่ เข้ามาหน่อย”
พนักงานสาวดูไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังเดินผ่านประตูนิรภัยด้านข้างเข้าไป
ฉินชิงหานรู้สึกสงสัย เธอเห็นชายวัยกลางคนกับพนักงานสาวกระซิบคุยกันอยู่ด้านใน ทั้งยังเหลือบมองเธอเป็นระยะ สัญชาตญาณบอกฉินชิงหานว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
ไม่นานนัก พนักงานสาวก็เดินออกมา เธอยื่นใบรับจำนำคืนให้ฉินชิงหาน แล้วพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “ที่นี่ไม่มีแหวนที่คุณพูดถึง”
ได้ยินดังนั้น ฉินชิงหานก็ขมวดคิ้วทันที เธอรับใบรับจำนำมาแล้วถามอีกครั้งว่า “แต่ใบรับจำนำนี้เป็นของร้านรับจำนำซีหูจริงๆ นะคะ รบกวนช่วยหาอีกทีได้ไหมคะ”
แววรำคาญในดวงตาของพนักงานสาวยิ่งชัดเจนขึ้น เธอแค่นเสียงว่า “ไม่มีแล้วจะให้หาอะไร ถ้าคุณยังมาวุ่นวายไม่เลิก ฉันจะเรียกรปภ.แล้วนะ”
ในเวลานี้เอง รปภ. สองคนที่ถือกระบองยางอยู่ไกลๆ ก็ค่อยๆ เดินเข้ามาหาฉินชิงหาน
ฉินชิงหานไม่ใช่คนโง่ เธอสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ หรือว่าพวกเขาไม่อยากให้เธอไถ่แหวนเลียนแบบวงนั้นคืนกันแน่
“คุณผู้หญิง กรุณาออกไปครับ” รปภ. สองคนมายืนตรงหน้าฉินชิงหาน คนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
