เฉินยวนจงหรี่ตาลง จ้องตาเย่เฟิงอู่อยู่หลายวินาที ก่อนจะหันไปมองพนักงานสาวข้าง ๆ แล้วเอ่ยเสียงเข้มว่า “ไปหาใบเสร็จมา”
ได้ยินดังนั้น พนักงานสาวก็ทำอะไรไม่ถูก เธอฝืนใจพูดว่า “ประธานเฉิน... เรื่องนี้... ไม่มีอยู่จริงนะคะ จะให้...”
เพียะ!
พนักงานสาวยังพูดไม่ทันจบ เฉินยวนจงก็ตบเธออย่างแรงจนล้มลงกับพื้น บนใบหน้าที่โบกแป้งหนาเตอะปรากฏรอยฝ่ามือสีแดงฉานขึ้นมาทันที
“ไปหาให้เจอ” เฉินยวนจงเอ่ยเสียงเรียบ
พนักงานสาวไหนเลยจะกล้าพูดอะไรอีก เธอรีบคลานลุกลี้ลุกลนเข้าไปหลังเคาน์เตอร์
ไม่ถึงไม่กี่นาที พนักงานสาวที่แก้มบวมไปครึ่งซีกก็ถือใบเสร็จเดินมาหาฉินชิงหาน
“คะ...คุณหนู นี่ใบเสร็จของคุณค่ะ ขะ...ขอโทษนะคะ” พนักงานสาวตัวสั่นจนแทบไม่กล้าเงยหน้ามองฉินชิงหาน น้ำตาเม็ดโตไหลพรากจากขอบตา
ผู้หญิงเห็นแก่ได้เช่นนี้ เดิมทีก็ไม่น่าเห็นใจ แต่ฉินชิงหานก็ยังอดสงสารไม่ได้
ฉินชิงหานรับใบเสร็จมาอ่านจนทั่ว แล้วจึงเงยหน้าพูดกับเฉินยวนจงว่า “แหวน...ฉันขายไปสองหมื่น ถ้ามาไถ่คืนภายในหนึ่งเดือน พวกคุณจะคิดค่าธรรมเนียมแค่สิบเปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะ”
พูดพลาง ฉินชิงหานหยิบเงินสดสามหมื่นออกจากกระเป๋าแล้วกล่าวว่า “นี่สามหมื่น เงินที่เหลือถือเป็นค่าซ่อมประตูที่ฉันทำเสียหายแล้วกันค่ะ ขอแหวนคืนด้วยนะคะ”
ได้ยินดังนั้น พนักงานสาวกลับไม่กล้ายื่นมือไปรับ ได้แต่ตัวสั่นมองไปทางเฉินยวนจง
หัวใจของเย่เฟิงอู่อบอุ่นขึ้นมา ภรรยาของเขาช่างเอาใจใส่ รู้จักช่วยเก็บกวาดเรื่องที่เขาก่อไว้ด้วย
เฉินยวนจงยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “ต้องขออภัยจริง ๆ เรื่องแหวนวงนี้ผมนึกออกแล้ว เมื่อวานพนักงานที่รับผิดชอบการซื้อขายแหวนวงนี้หนีไป เขาไม่เพียงขโมยแหวนไป แต่ยังขโมยเงินสดในร้านไปไม่น้อยด้วย ผมส่งคนไปตามถึงบ้านเกิดของเขาแล้ว ถ้าจับตัวได้ ผมเฉินจะหักมือหักเท้ามัน แล้วนำแหวนมาคืนให้คุณแน่นอน”
