จางเกอย่อมไม่อยากปล่อยโอกาสครั้งนี้ให้หลุดมือไป กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่ากลับเห็นฉินเฟยวิ่งออกมาจากประตูใหญ่ของบ้านพักอย่างกะทันหัน
เห็นดังนั้น ฉินก่วงหนานก็รีบถามว่า “ฉินชิงหานมาถึงแล้วหรือ ยังไม่รีบพาเธอเข้ามาพบพี่จางกับพี่สะใภ้อีก”
ฉินเฟยกล่าวด้วยสีหน้าซับซ้อนว่า “ที่หน้าประตูมีรถลินคอล์นตัวยาวจอดอยู่ ดูเหมือนจะเป็นรถของกลุ่มลั่วหวง”
ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างมีสีหน้าฉงน หรือจะมีบุคคลสำคัญมาที่นี่กันนะ
คิดได้ดังนั้น ฉินก่วงหนานกับจางอวี่หลินและคนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากัน ก่อนจะรีบเดินออกจากบ้านพัก
เมื่อมาถึงลานเล็กด้านนอกบ้านพัก ก็เห็นรถลินคอล์นตัวยาวหรูหราจอดอยู่หน้าประตูจริง ๆ
เวลานี้ ประตูรถเปิดออก บอดี้การ์ดชุดดำสี่คนก้าวลงจากรถก่อน หนึ่งในนั้นยืนอยู่ข้างประตู คล้ายกำลังรอให้บุคคลสำคัญที่อยู่ข้างในลงมา
ฉินก่วงหนานกับจางอวี่หลินต่างจ้องมองประตูรถไม่กะพริบตา
จากนั้น เงาร่างสูงเพรียวในเสื้อโค้ตสีอ่อนก็ปรากฏแก่สายตาของทุกคน
เธอรวบผมยาวขึ้นสูง เผยกลิ่นอายสูงส่งเกินบรรยาย ดวงตาคู่งามอ่อนโยนแฝงความมุ่งมั่นอยู่ราง ๆ
รูปร่างของเธอสูงโปร่งอรชรยิ่ง สิ่งที่ทำให้ทุกคนตะลึงที่สุดย่อมเป็นใบหน้างามล่มเมืองที่สวยจนแทบหยุดหายใจ
เพียงได้เห็นแวบเดียวก็คล้ายทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ผู้ที่มาคือฉินชิงหาน
เพียงชั่วพริบตา จางเกอก็จ้องมองเธออย่างหลงใหล วันนี้เขาได้เห็นใบหน้าที่ใฝ่ฝันถึงมานานอีกครั้ง
ข้าง ๆ กัน หลิวเหมยเองก็มีสีหน้าตื่นตะลึงอย่างยิ่ง เธอหันไปถามจางอวี่หลินว่า “หรือว่า...นี่คือประธานลั่วอีหวงแห่งกลุ่มลั่วหวง ได้ยินมาว่าเธอมีใบหน้าที่ทำให้ดารานับไม่ถ้วนต้องอิจฉา”
จางอวี่หลินกล่าวด้วยสีหน้าซับซ้อนว่า “เธอไม่ใช่ประธานลั่ว”
