บ่ายโมงตรง ที่ห้องทำงานของลั่วอีหวงบนชั้นเจ็ดสิบห้าของอาคารลั่วหวงทาวเวอร์
ลั่วอีหวงยืนมองตึกสูงนอกกำแพงกระจกอย่างเงียบงัน เบื้องหลังมีหลินยวี่ยืนอยู่โดยไม่พูดอะไรสักคำ
ลั่วอีหวงเอ่ยเสียงเรียบว่า “เย่เฟิงอู่ไม่มาทำงานหรือ”
หลินยวี่ตอบว่า “ไม่มาค่ะ จะให้ฉันโทรหาเขาไหมคะ”
ลั่วอีหวงหันกลับมาส่ายหน้าให้หลินยวี่ น้ำเสียงราบเรียบ “ช่างเขาเถอะ คนคนนี้ลึกลับเกินไป ฉันมองเขาไม่ออกเสียที”
หลินยวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย หล่อนเองก็ไม่ชอบคนอย่างเย่เฟิงอู่ จึงพูดต่อว่า “ถึงคนคนนี้จะหยิ่งยโสและลึกลับมาก แต่ดูเหมือนเขาไม่ได้คิดเป็นศัตรูกับประธานลั่วนะคะ”
เมื่อวานหลินยวี่ได้เห็นความน่ากลัวของเย่เฟิงอู่กับตาตัวเอง หากเขาเป็นนักฆ่าจริง ประธานลั่วคงตายด้วยน้ำมือเขาไปนานแล้ว
ลั่วอีหวงเองก็คิดไม่ตก แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้คือ คนคนนี้ไม่ใช่นักฆ่าแน่นอน เพราะพี่สาวของเธออย่างลั่วปิงเชวี่ยไม่มีทางปล่อยให้นักฆ่าเข้าใกล้ตัวได้
ที่เธอไม่อยากเชื่อยิ่งกว่าคือ พี่สาวกลับไปพัวพันกับเจ้าหมอนั่นเข้าเสียได้
ฉินชิงหานอาจไร้เดียงสาจนไม่สงสัยอะไรมากนัก แต่ลั่วอีหวงรู้จักลั่วปิงเชวี่ยดี เพียงแค่เรื่องที่พี่สาวยอมให้เย่เฟิงอู่ซ่อนอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ขณะที่เธอกำลังเปลี่ยนชุด ลั่วอีหวงก็มั่นใจแล้วว่าเย่เฟิงอู่กับพี่สาวต้องมีความสัมพันธ์ลับ ๆ ต่อกันแน่นอน
หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ จู่ ๆ ลั่วอีหวงก็หันไปพูดกับหลินยวี่ว่า “ไปกันเถอะ ไปบ้านพักซีชานกับฉันสักหน่อย”
หลินยวี่ฟังแล้วสงสัย จึงถามว่า “ประธานลั่วคะ บ้านพักซีชานไม่ได้ทำความสะอาดมานานแล้ว จะให้ฉันเรียกคนไปทำความสะอาดก่อนหรือเปล่าคะ”
บ้านพักซีชานเป็นย่านบ้านพักเก่าแก่แห่งหนึ่งในเมืองไห่หัว แต่ทิวทัศน์ที่นั่นยังพอใช้ได้ เมื่อสองปีก่อนลั่วอีหวงซื้อบ้านไว้หลังหนึ่ง ทว่าอยู่ได้ไม่นานก็ปล่อยว่างมาจนถึงตอนนี้
