“จ้าวจินเทา เรื่องวันนี้ ฉันก็ผิดด้วยที่ไม่ควรตีกับอู๋เสีย ถ้ายายเป็นอะไรไป ฉันจะสู้หน้าเฉี่ยวเฉี่ยวยังไง” ระหว่างทางกลับบ้าน เจิ้งเฟิ่งหลินกล่าวอย่างเสียใจ
“อย่าโทษตัวเองเลย ต่อให้เป็นฉันก็คงต้องต่อยเหมือนกัน อายุยังน้อยแต่ปากเสียจริง” จ้าวจินเทากล่าวอย่างสงบ
“พวกนายไม่รู้เหรอ อู๋เสียน่ะ มีสัมพันธ์แบบคลุมเครือกับเลขาธิการหน่วยการผลิตใหญ่ คราวก่อนที่ทะเลาะกันในเขตปัญญาชนลงชนบท ก็เพราะมีคนพูดออกมา อู๋เสียเสียหน้าเลยอาละวาด” จ้าวกุ้ย ลูกพี่ลูกน้องของจ้าวจินเทากระซิบ
“อย่ามั่วแต่ซุบซิบนินทา” จ้าวจินเทาดุ
“มิน่าถึงได้เอาแต่ใจอย่างนี้ นังสารเลว” เจิ้งเฟิ่งหลินโทสะอีกขึ้นมา
“พวกปัญญาชนลงชนบทน่ะ เพื่อให้หน่วยงานแนะนำเข้ามหาวิทยาลัยหรือได้เข้าเมือง อะไรที่ไร้ยางอายก็กล้าทำกันทั้งนั้น บางคนแอบทำลับ ๆ อย่างอู๋เสียที่ทำโจ่งแจ้งแบบนี้เป็นคนแรกเลย” จ้าวกุ้ยห้ามปากตัวเองไม่ได้
“เฮ้อ นี่แหละอำนาจกับผลประโยชน์ พวกนายพูดกันในวงนี้พอแล้ว กลับถึงหมู่บ้านอย่าไปพูดเลอะเทอะ พวกผู้หญิงในหมู่บ้านน่ะปากเหมือนลำโพง เรื่องแค่เม็ดงายังพูดได้เป็นตุเป็นตะ”
“เข้าใจครับ พี่จินเทา”
อู๋เสีย ในเมื่อแกเป็นคนเริ่มก่อน ก็อย่าหวังให้คนอื่นไม่เอาคืน เจิ้งเฟิ่งหลินคิดในใจ แค้นนี้ไม่ล้างมิใช่ลูกผู้ชาย
ใกล้ถึงทางเข้าหมู่บ้าน แม่ของเฉี่ยวเฉี่ยวถือผ้าห่มและเสื้อผ้าเตรียมไปโรงพยาบาล
“อาเสี่ยวครับ คุณยายไม่เป็นอะไรแล้ว ลุงเหวินจิ่นให้คุณเอาเงินไปโรงพยาบาล 200 หยวน” จ้าวจินเทาเดินเข้าไปบอก
