จิตใจมีสัมผัสรับรู้กันได้ เมื่อหวนคิดถึงหลินเจี๋ย หลินเจี๋ยก็หอบเนื้อสองชั่งมาหา
“จางม่าน ผมรู้ว่าคุณอยู่บ้าน”
“อ้าว วันอาทิตย์มีเวลามาที่บ้านฉันได้ยังไง” จางม่านดีใจอย่างคาดไม่ถึง
“แม่ลูกไปเยี่ยมเพื่อน ผมทำกับข้าวไม่เป็น เลยมาขออาศัยมื้อน่ะ”
“มาหาข้าวกินจะเอาหมูมาทำไมกัน แพงจะตาย”
“บังเอิญมีบัตรกำนันพอดี ก็เลยซื้อมาสองชั่ง”
จางลี่วิ่งปรู๊ดออกมาจากห้องใน รับเนื้อไปด้วยความดีใจ “ได้กินเนื้อตอนกลางวันแล้ว พี่สาว ผมไปซื้อเต้าหู้มานะ”
“ซื้อพริกกับผักกาดขาวมาด้วย”
“ได้เลย...”
“เข้าบ้านมาเถอะ ฉันจะชงชาให้” จางม่านพูดยิ้ม ๆ
“ไม่ต้องยุ่งกับผมหรอก คุณจะทำอะไรก็ทำไป”
“คุณเป็นแขก จะให้ยืนดูฉันซักผ้าอยู่ในลานบ้านได้ไงล่ะ”
“ก็ ผมว่าผมชอบดูคุณซักผ้านี่”
“ฉันไม่ชอบให้ใครจ้องตอนทำงานนะ รู้สึกเกร็ง”
“งั้นได้ ผมไปคุยกับอาเสี่ยวดีกว่า”
ทั้งบ้านต่างชอบหลินเจี๋ย แม่ของจางม่านคุยกับหลินเจี๋ยอย่างออกรสออกชาติ จางม่านชงชาเสร็จก็รีบไปซักผ้า จะได้ตากแดดยามเที่ยง
เพราะเนื้อสองชั่ง เต้าหู้สองก้อน ผักกาดขาวหนึ่งกำ ครอบครัวหนึ่งจึงอบอวลด้วยความสุข
จางม่านหุงข้าวหม้อใหญ่ หลินเจี๋ยกินเก่ง ต้องให้เขากินอิ่ม
มีเงาร่างคนลังเลอยู่ตรงประตูลานบ้าน คล้ายอยากเข้าหาก็ไม่กล้า จางม่านรีบลงจากเตียงอิฐ ถามว่า “ใครน่ะ มีอะไรหรือเปล่า”
“พี่ครับ สวัสดี ผมอยู่บ้านข้าง ๆ เอง ผมชื่อเหยาซิง ขอถามหน่อยว่า...ที่บ้านพี่มีข้าวเหลือบ้างไหมครับ”
เหยาซิงยังไม่ได้ซื้อเตา พอถึงวันอาทิตย์ก็อดกินข้าวสวย
“อ้อ มี ๆ เข้ามา ๆ เข้ามาเลย”
จางม่านเปิดประตูให้อย่างใจดี แล้วว่า “ฉันไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย เพิ่งย้ายมาเหรอ”
