ไฟดับลง แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้องนอน ทั้งคู่นอนนิ่งไม่ไหวติง ลืมตากว้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความประหม่า
“เฉี่ยวเฉี่ยว เธอคิดว่าฉันเป็นคนยังไง” ในที่สุดโจวเหวินฮุยก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
จากผู้หญิงโง่ ผู้หญิงเซ่อ กลายเป็นหยางเฉี่ยว แล้วก็เฉี่ยวเฉี่ยว ใช้เวลากว่าสามเดือน
“พี่ชายฉันบอกว่า คุณเป็นคนดีมาก” เฉี่ยวเฉี่ยวตอบเสียงเบา
“เธอไม่มีความคิดเห็นของตัวเองบ้างเลยเหรอ พี่ชายเธอก็คือพี่ชาย เธอก็คือเธอ” โจวเหวินฮุยเริ่มไม่พอใจ
“ฉัน... คุณค่อนข้างหยิ่ง และดูถูกผู้หญิงบ้านนอก แล้วก็...”
“ฉันไปดูถูกผู้หญิงบ้านนอกตั้งแต่เมื่อไหร่” โจวเหวินฮุยโกรธจนเถียงกลับ
“วันนั้นที่คุณกับหลินเจี๋ยดื่มเหล้ากันพูดไว้ ฉันได้ยินหมดแล้ว” เฉี่ยวเฉี่ยวเองก็ไม่ยอมแพ้ ตอบโต้กลับไป
“ก็หลินเจี๋ยเป็นคนพูดนี่ ฉันแก้ตัวแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ในใจของพวกคุณ พวกเราเป็นคนต่ำต้อยที่เกาะอำนาจสินะ ก็คงจริง ฉันแต่งกับคุณ ก็เพื่อให้ปู่ย่าพ่อแม่เงยหน้าอ้าปากได้” เฉี่ยวเฉี่ยวพูดอย่างเจ็บปวด
“ไม่ใช่อย่างนั้น”
โจวเหวินฮุยคว้ามือของเฉี่ยวเฉี่ยวด้วยความตื่นเต้น เฉี่ยวเฉี่ยวพยายามจะดึงมือออก แต่โจวเหวินฮุยบีบไว้แน่น
ผ่านไปนาน โจวเหวินฮุยจึงพูดขึ้นว่า “เฉี่ยวเฉี่ยว ฉันใช้ความหยิ่งสร้างกำแพงขึ้นมา ให้ข้างในกำแพงเป็นที่ของคนขี้ขลาด ฉันไม่มีขา ต้องพึ่งพาภรรยาถึงจะใช้ชีวิตปกติต่อไปได้ ความรู้สึกไร้พลังแบบนั้น เธอคงไม่เข้าใจ
หลินเจี๋ยพูดจาหยาบคาย แต่จริงๆ แล้วเขาก็เหมือนฉัน ทั้งขี้ขลาดและหวาดกลัว ตอนนี้เรามีรัศมีของวีรบุรุษ แต่หนึ่งปี สามปีผ่านไป รัศมีจางหาย พวกเธอยังจะฝืนทนดีกับพวกเราอยู่ไหม
