เลือกดูอยู่นานกว่าครึ่งค่อนวัน สินค้าบนแผงของหญิงชราก็แทบถูกกวาดไปจนเกลี้ยง ของจิปาถะหลายสิบชิ้น ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
หญิงชราวางเส้นไผ่ในมือลง ไล่นับทีละชิ้นจนครบ แล้วเงยหน้ามองฮูหยินทั้งสาม ก่อนบอกราคามาจำนวนหนึ่ง
ราคานั้นไม่สูง ซ้ำยังเรียกได้ว่าถูกเสียด้วย แต่ละชิ้นราคาเพียงสิบกว่าอีแปะถึงหลายสิบอีแปะ เมื่อนำมารวมกันทั้งหมดก็ยังไม่ถึงหนึ่งตำลึงเงิน
ฉีหลินฟังราคาแล้วขมวดคิ้วน้อย ๆ ส่ายหน้าเอ่ยว่า “ท่านยาย ราคาที่ท่านบอกมานั้นไม่ถูกต้อง”
หญิงชราชะงัก นึกว่าตนคำนวณผิด จึงก้มหน้าจะนับใหม่อีกครั้ง
ฉีหลินจับมืออีกฝ่ายไว้ กล่าวอย่างจริงจังว่า “ท่านคำนวณไม่ผิด แต่บอกราคาต่ำไป ราคานี้รังแต่จะทำให้งานฝีมือชั้นเลิศของท่านเสียเปล่า”
ฮูหยินจิ้งหนานโหวรีบกล่าวเสริมว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าอู่พูดถูกแล้ว ฝีมือของท่านคู่ควรกับราคานี้” นางหันไปสั่งสาวใช้ด้านหลัง ก่อนจะหยิบเงินเพิ่มใส่มือหญิงชรา
ฮูหยินเจิ้งก็ยิ้มคล้อยตาม “นั่นสิ พวกเราสามบ้านแบ่งซื้อของดีจากท่านไปตั้งมากมาย จะปล่อยให้ท่านขาดทุนได้อย่างไร” พูดพลางยัดเงินเพิ่มใส่มือหญิงชราเช่นกัน
หญิงชราประคองเงินกองหนึ่งไว้ในมือ ซึ่งเห็นชัดว่ามากกว่าที่คาดไว้ นางจึงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรอยู่ชั่วขณะ
นางอ้าปากเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง ทว่าสุดท้ายก็ไม่เอ่ยออกมา เพียงก้มหน้าลง กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อยว่า “ฮูหยินทั้งสามล้วนเป็นผู้มีวาสนาใหญ่หลวง”
ฉีหลินยิ้ม ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ ก่อนหันไปเรียกคนของตนให้เตรียมออกเดินทาง
ฮูหยินจิ้งหนานโหวกับฮูหยินเจิ้งต่างจัดขบวนของตนเรียบร้อย ฮูหยินทั้งสามเดินเคียงกันไปตามถนนค้าขายอย่างเชื่องช้า
