เสียงของอู่ซื่อเซียวคล้ายเค้นออกมาจากไรฟัน แฝงความเหี้ยมเกรียมราวกับคนที่พร้อมเอาชีวิตเข้าแลก ดังก้องไปทั่วลานอย่างชัดเจน “ผู้ใดกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าว ข้าจะทำให้คุณชายสามของพวกเจ้าสิ้นทายาทเดี๋ยวนี้!”
จ้วงเหยียนแข็งทื่อไปทั้งร่าง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เหงื่อเย็นชุ่มเสื้อชั้นนอก ขาสองข้างสั่นระริก เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความเย็นเยียบและแรงข่มขู่จากปลายดาบ ขอเพียงผู้ถือดาบขยับมือส่งแรงเบา ๆ ...
“อู่ซื่อเซียว! เจ้ากล้าหรือ!” โหวเซวียนผิงหน้าคล้ำเขียว ดวงตาแทบถลน ทว่ากลับไม่กล้าบุ่มบ่าม เพราะเกรงจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
“ท่านดูสิว่าข้ากล้าหรือไม่” อู่ซื่อเซียวแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันขาววาววับ ดวงตาเย็นเยียบจนชวนให้ขนลุก
อู่ซื่อเซียวผิวปากเสียงหนึ่ง เสียงนั้นกังวานทะลุไปทั่วลานเรือน
ทิศทางประตูใหญ่จวนโหวพลันมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นเป็นจังหวะดังมา พร้อมเสียงอาวุธชักออกจากฝักกังวานกระทบกัน!
องครักษ์จวนโหวอู่อันหลายสิบคนบุกเข้ามาราวกับเสือดาวพุ่งเข้าฝูงแกะ พริบตาเดียวก็ตั้งขบวนอยู่เบื้องหลังอู่ซื่อเซียว คมดาบหันออกด้านนอก กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่าน
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี การเคลื่อนไหวว่องไว พลังอำนาจหนักแน่นดุจขุนเขา กดข่มองครักษ์จวนโหวเซวียนผิงที่มีจำนวนพอ ๆ กันได้ในพริบตา
เมื่อทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ความแข็งแกร่งก็ปรากฏชัด องครักษ์จวนโหวเซวียนผิงถูกกลิ่นอายเหี้ยมหาญกดดันจนเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว
อู่ซื่อเชียนยืนอยู่หน้าแถวองครักษ์ เอ่ยเสียงขรึมว่า “ผู้ใดกล้าก้าวเข้ามา อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ!”
แม้เป็นเพียงเสียงเด็ก ทว่าประโยคเดียวก็ทำให้องครักษ์จวนโหวเซวียนผิงไม่กล้าผลีผลาม
จ้วงเหยียนหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทา แต่ยังคงปากแข็ง “อู่ซื่อเซียว เจ้ากล้าหรือ? ท่านพ่อข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่!”
