ผู้ชันสูตรและมือปราบอาวุโสในที่ว่าการ ล้วนรู้จักสังเกตรอยเท้าและแยกแยะรอยเลือด อีกทั้งยังมีประสบการณ์ตรวจสอบที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน มิใช่ผู้ไม่รู้อะไรเลย
เพียงแต่ความสามารถของพวกเขาจำกัดอยู่แค่การพิจารณาอย่างคร่าว ๆ มองออกเพียงขนาดของรอยเท้า คาดเดาความสูงและรูปร่างของคน แยกแยะได้ว่าศพถูกเคลื่อนย้ายหลังตายหรือไม่ ทั้งยังดูได้แค่สีเลือดว่าใหม่หรือเก่า และมีรอยเลือดกระเซ็นหรือไม่ จึงพอคาดเดาคดีได้อย่างเลือนรางเท่านั้น
พวกเขาไม่มีทั้งมาตรฐานตรวจสอบที่ละเอียด และไม่เคยรวบรวมสรุปหลักเกณฑ์ใด ๆ อาศัยเพียงประสบการณ์กับสัญชาตญาณในการตัดสิน คำอธิบายจึงคลุมเครือและกว้าง ๆ มิอาจจำลองเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุได้อย่างแม่นยำ
ยิ่งกว่านั้น ในใต้หล้าไม่มีตำราเฉพาะที่อธิบายศาสตร์แขนงนี้อย่างละเอียด และไม่มีอาจารย์ผู้ชำนาญมาถ่ายทอด โดยมากล้วนเป็นมือปราบอาวุโสกับผู้ชันสูตรอาวุโสสอนกันปากต่อปาก รุ่นหลังทำตามแบบอย่าง รู้เพียงว่าต้องทำเช่นไร แต่ไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง
ฉีหลินมิได้คิดหาอาจารย์สอนพื้นฐานทั่วไปให้เหวินไคกับอู่อี้เฉิน หากต้องการยอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจร่องรอยอย่างแท้จริง
แต่เมื่อมองไปทั่วต้าหยง ไม่มีบัณฑิต ผู้ชันสูตร หรือมือปราบคนใดมีคุณสมบัติพอจะสั่งสอนเด็กทั้งสอง
หากด่วนฝากตัวเป็นศิษย์ ก็มีแต่จะถูกแนวทางคร่ำครึและหยาบเขลาชักนำให้เดินผิดทาง เรียนรู้ได้เพียงผิวเผิน ทั้งยังทำให้ความคิดและสายตาคับแคบลง เสียพรสวรรค์ของทั้งคู่ไปเปล่า ๆ
สู้ไม่ฝากตัวเป็นศิษย์ ปล่อยให้พวกเขาค้นคว้าด้วยตนเองยังจะดีกว่า
ความสามารถทั้งสองแขนงนี้มิใช่สิ่งที่จะเรียนรู้ได้ด้วยการท่องตำราหรือฟังคำบรรยาย หากต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ สังเกตและเปรียบเทียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนค่อย ๆ พัฒนาฝีมือจากการลงมือปฏิบัติจริง
หัวใจสำคัญคือการดูสถานการณ์ที่แตกต่างกันให้มาก เปรียบเทียบรอยรองเท้าหลากหลายแบบ บันทึกลักษณะหยดเลือด และทดลองจำลองเหตุการณ์ซ้ำไปซ้ำมา ก่อนค่อย ๆ รวบรวมสรุปเป็นหลักเกณฑ์
