“อืม คิดถึงมาก คิดถึงเป็นพิเศษ” คิดถึงเสียจนเจ้าของร่างเดิมยังไม่ทันตื่นขึ้นมา ไส้ในก็เปลี่ยนเป็นนางเสียแล้ว
หลานเฉินน้อยยังหลับไม่สนิท คำพูดของพี่สาวคนโตนางได้ยินทั้งหมด นางเองก็คิดถึงท่านพ่อ แต่ท่านย่ากำลังปลอบพี่สาวคนโตอยู่ นางไม่อยากแย่งความสนใจจากท่านย่าในเวลานี้ จึงกอดแขนฉีหลินเงียบ ๆ ศีรษะเล็ก ๆ ถูไถไปมาเพื่อแสวงหาความอบอุ่นปลอบประโลม
บนที่นอนปูพื้นมีเสียงขยับกุกกัก บรรดาเด็กชายต่างตื่นกันหมดแล้ว แต่ละคนต่างครุ่นคิดเรื่องของตน
ชั่วชีวิตคนเรา ไม่รู้ต้องประสบการพลัดพรากกี่ครั้ง ใคร ๆ ต่างกล่าวว่าการจากลาทำให้เด็กเติบโต ทว่าเด็กกลุ่มนี้เพิ่งเผชิญความเป็นความตายเป็นครั้งแรก ก็ต้องส่งญาติสนิทถึงห้าคนจากไปพร้อมกัน ช่างโหดร้ายเกินไปนัก
ยามเกิดเรื่องใหญ่ หากมีผู้ใหญ่สักคนคอยเคียงข้างเดินไปด้วยกันสักระยะ ชี้แนะแนวทาง แก้ไขท่าที และช่วยบังลมฝน รอจนพวกเขายืนหยัดได้อย่างมั่นคง กิริยาการวางตัวเหมาะสมแล้ว ค่อยปล่อยให้พวกเขาเดินทางที่เหลือด้วยตนเอง ส่วนลมฝนเบื้องหน้าก็ให้พวกเขารับมือเอง
นั่นจึงจะเรียกว่าการประคับประคองอย่างแท้จริง และเป็นความรับผิดชอบที่ผู้ใหญ่พึงมี
ฉีหลินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ยช้า ๆ ให้เด็กหญิงสองคนฟัง และให้เด็กชายทั้งหลายบนที่นอนปูพื้นฟังด้วย
“แม้ข้าจะคิดถึงพวกเขามาก แต่ข้าไม่เศร้า เพราะพญายมแอบบอกความลับอย่างหนึ่งแก่ท่านย่า
บิดา ลุง อา และอาสะใภ้ของพวกเจ้า ล้วนตายเพื่อพิทักษ์แคว้น เป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ยืนหยัดค้ำฟ้าค้ำดิน
ผู้ภักดีและเปี่ยมคุณธรรมเช่นนี้ แม้แต่พญายมยังให้ความเคารพอยู่สามส่วน จึงอนุญาตเป็นพิเศษให้พวกเขาไม่ต้องเข้ารอคอยทุกข์ทรมานในวัฏสงสาร แต่สามารถแปลงกายเป็นสรรพสิ่งในโลก คอยอยู่เคียงข้างพวกเจ้าเสมอ เช่น
ยามเจ้าอ่านหนังสือ เขาจะแปลงเป็นสายลมอ่อน พลิกหน้ากระดาษให้เจ้า
