สิ้นเสียงของเจ้าหน้าที่ขานพิธี ทั่วทั้งลานพลันเงียบงัน
“ตึง! ตึง! ตึง!”
หน่วยพิทักษ์ธงชาติเคลื่อนพล ทหารสามสิบสองนายก้าวออกพร้อมกัน ทุกย่างก้าวหนักแน่นดุจมีน้ำหนักพันชั่ง แต่ละก้าวราวกับเหยียบย่ำลงบนจังหวะหัวใจของทุกคน
พวกเขาย่ำเท้าตรงอย่างพร้อมเพรียง เคลื่อนมุ่งไปยังเสาธง ผู้เชิญธงเดินนำอยู่เบื้องหน้า มือทั้งสองประคองธงชาติต้าหยงที่พับไว้อย่างเรียบร้อย
เมื่อขบวนมาถึงใต้เสาธง ทหารทั้งสามสิบสองนายก็หยุดพร้อมกัน เสียงส้นรองเท้ากระทบกันดังประหนึ่งเสียงฟ้าร้องสั้น ๆ
ผู้เชิญธงหันกาย ผูกธงชาติไว้กับเชือกอย่างมั่นคง มือของเขานิ่งสนิท ไม่มีสั่นไหวแม้แต่น้อย
ในยามนั้นเอง เสียงแตรยาวกังวานก็ดังมาจากด้านตะวันออกของลาน
ต่อมา วงดนตรีขนาดใหญ่ซึ่งตั้งแถวรออยู่ริมลานมานานแล้วก็เริ่มบรรเลงโน้ตแรก วงดนตรีนี้ประกอบขึ้นจากนักดนตรีในวังหลวงและนักดนตรีแห่งหอหล่านเยว่ เพียงขลุ่ยก็มีมากกว่ายี่สิบเลา ยังมีทั้งกลองใหญ่ กลองเล็ก และเครื่องสายอย่างผีผา หร่วน เจิงอีกหลายสิบชิ้น ขนาดของวงนับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดนับแต่ต้าหยงสถาปนาแคว้น
เพราะลานกว้างใหญ่เกินไป เสียงบรรเลงของนักดนตรีในวังหลวงเพียงอย่างเดียวจึงไม่อาจดังก้องไปทั่วได้ จึงต้องตั้งวงดนตรีร่วมขึ้นมา หากมิใช่ฉีหลินเป็นผู้จัดการงานนี้ เกรงว่าร้อยปีให้หลังก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นวังหลวงกับหอคณิกาบรรเลงเพลงเดียวกัน
“ต้าหยงยืนยงหมื่นปี” คือชื่อเพลงชาติ
โน้ตแรกดังกังวาน หนักแน่นและกว้างไกล ราวกับดวงตะวันสีชาดผุดขึ้นจากขอบฟ้าอย่างเกรียงไกร
แทบจะในชั่วขณะเดียวกัน ผู้เชิญธงก็ยกแขนทั้งสองขึ้น ธงชาติพื้นแดงลายทองของต้าหยงสะบัดกางออกกลางสายลม ก่อนจะค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นอย่างเชื่องช้า ทีละนิ้ว ทีละนิ้วตามเสาธง
