อู่หลานเฉินน้อยคนที่หกกะพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงง ก่อนถามเสียงเบา “ท่านย่า เหตุใดหรือ? ท่านลุงรูปงามไม่ใช่คนดีหรือ?”
“เด็กโง่เอ๋ย ใบหน้างดงามมิได้หมายความว่าจิตใจจะดีงามตามไปด้วย
บุรุษรูปงามเหล่านั้นเก่งกาจในการล่อลวงจิตใจผู้คน เขาจะค่อย ๆ ช่วงชิงหัวใจของเจ้า ทำให้เจ้าคิดถึงแต่เขา สุดท้ายไม่เพียงเอาชีวิตเจ้าไป ยังเอาชีวิตคนทั้งตระกูลของเราไปด้วย”
ถ้อยคำนี้ทำให้เด็กหญิงทั้งสามเผยสีหน้าหวาดกลัว อู่ซูเฉิน พี่ใหญ่ ขมวดคิ้วแล้วถามเสียงเบา “ท่านย่า จะน่ากลัวถึงเพียงนั้นจริงหรือ?”
“จริงแท้แน่นอน”
ฉีหลินตอบอย่างหนักแน่น แล้วค่อย ๆ เล่าเรื่องในนิยายที่เคยอ่านให้พวกนางฟัง โดยเลือกถ้อยคำที่เด็ก ๆ เข้าใจได้ ตั้งใจจะทำให้พวกนางหวาดกลัวจนเข็ดหลาบไปเสียคราวเดียว
“ท่านย่าเคยอ่านเรื่องราวมาหลายเรื่อง มีหญิงสาวคนหนึ่งเก็บคุณชายรูปงามที่บาดเจ็บสาหัสได้ข้างทาง ด้วยความเมตตาจึงพาเขากลับบ้านไปรักษา ต่อมานางเกิดมีใจให้เขา ถึงขั้นไม่ฟังคำคัดค้านของครอบครัวและแต่งงานกับเขา
ที่ไหนได้ คุณชายผู้นั้นมิใช่คนธรรมดา แต่กลับมาเพื่อแก้แค้น สุดท้ายเขาทำร้ายคนทั้งครอบครัวของหญิงสาว ส่วนนางก็ถูกเขาหลอกจนบ้านแตกสาแหรกขาด ท้ายที่สุดจึงกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย”
“ยังมีฮูหยินผู้หนึ่ง สามีออกไปรับราชการต่างเมือง นางเก็บบัณฑิตตกอับคนหนึ่งได้หน้าประตูบ้าน เห็นว่าเขาหน้าตาหมดจด วาจาสุภาพ จึงคอยช่วยเหลืออยู่บ่อยครั้ง
ผลคือบัณฑิตผู้นั้นคิดร้าย ไม่เพียงหลอกเอาทรัพย์สินเงินทองของนาง ยังวางแผนทำร้ายสามีของนางอีก แม้แต่ลูกน้อยของนางก็พลอยได้รับเคราะห์จนขาพิการไปข้างหนึ่ง สุดท้ายฮูหยินถูกเขาบีบคั้นจนกลายเป็นคนเสียสติ”
“ยังมีเรื่องน่าเวทนายิ่งกว่านั้น บุตรีของแม่ทัพคนหนึ่งเก็บจอมยุทธ์รูปงามได้ จึงเห็นเขาเป็นคนรู้ใจและเล่าเรื่องในใจทุกอย่างให้ฟัง
