เพราะยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ จวนอู่อันโหวไม่ได้ไปร่วมงาน ทว่าพี่น้องไป๋หลี่กวนซานกับไป๋หลี่ทิงชวนเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้น อีกทั้งคิดถึงเด็ก ๆ ที่หาโอกาสมาชุมนุมกันได้ยาก กฎห้ามร่วมงานเลี้ยงในช่วงไว้ทุกข์ก็ไม่ได้เข้มงวดกับเด็กเล็กนัก ฉีหลินจึงอนุญาตให้พวกเขาไปร่วมงานครึกครื้นด้วย
ส่วนอู่ซื่อเซียว ในฐานะซื่อจื่อ มีฐานะอ่อนไหวและไม่ควรไปร่วมงานเช่นนี้ที่สุด จึงทำได้เพียงอยู่บ้านอย่างว่าง่าย รับการสั่งสอนอย่างเข้มข้นจากฉือฮั่ว
พอผ่านปีใหม่ อู่ซูเฉินก็อายุครบสิบสองปี วัยนี้นับเป็นเด็กสาวเต็มตัวแล้ว
เด็กหญิงรุ่นเดียวกันในตระกูลสูงศักดิ์หลายคนเริ่มจัดการเรื่องดูตัวกันแล้ว ต่อไปหากออกไปร่วมงานเลี้ยง ก็จำเป็นต้องมีผู้ใหญ่ไปเป็นเพื่อนด้วย นี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ตระกูลสูงศักดิ์ยึดถือมาแต่ไหนแต่ไร
ฉีหลินก็ปฏิบัติตามเช่นกัน นางคิดว่าเด็กหญิงเติบโตแล้ว ทุกเรื่องควรระมัดระวังขึ้น กฎนี้กำหนดไว้ถูกต้องแล้ว
อู่ซื่อเชียนก็ไม่ได้ไปด้วย เขาบอกว่าให้หลานชายหลานสาวไปก็พอ วันนี้เขาจะอยู่บ้านอ่านหนังสือให้เด็กในท้องของพี่หญิงสี่ฟัง มิฉะนั้นการอบรมทารกในครรภ์วันนี้จะขาดตอนไป
ฉีหลินเคารพความตั้งใจของเขา และเข้าใจอยู่ในใจว่าเด็กคนนี้มีมาตรฐานของตนเอง เขาเป็นบุตรอนุ ทั้งยังมีศักดิ์สูงกว่าเด็กคนอื่นหนึ่งรุ่น ที่บ้านฉีหลินสนับสนุนให้เขาปลดปล่อยความเป็นเด็กอย่างเต็มที่ เขาดีใจที่มีคนเข้าใจ มีคนรักใคร่ และยินดีเปิดใจเล่นสนุกอย่างเต็มที่
แต่เมื่ออยู่นอกบ้าน เขาต้องวางตนให้เหมาะสม จะเที่ยวเล่นอย่างไม่ยั้งคิดกับหลานชายไม่ได้อีก และไม่อาจวางตนเสมอบุตรภรรยาเอกได้ ดังนั้นการไม่ไปจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
