“หา?!”
ว้าว! ฮ่องเต้จะพระราชทานรางวัลให้ข้าด้วย! จะขออะไรดีนะ? ต้องคิดให้ดีเสียแล้ว
อยากได้ป้ายทองอภัยโทษ แบบที่คนทั้งตระกูลทำผิดก็ยังใช้ได้ ใครก่อเรื่องขึ้นมา แค่ชูป้ายให้เห็น เฮ้ย! ก็ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว
ยังอยากได้สิทธิ์เดินเหินไปทั่วต้าหยง อยากไปที่ใดก็ไปได้ ไม่ต้องเสียค่าเข้า และไม่มีใครกล้าขวาง ทั้งยังต้องปรนนิบัติข้าอย่างดี หากผู้ใดเปิดประตูช้าไปสักหน่อย ก็จะตบเข้าให้ฉาดหนึ่ง
ถ้าเป็นไปได้ พระราชทานทองเงินมากองโต ใช้กี่ชั่วคนก็ไม่หมด อยากซื้ออะไรก็ซื้อได้ ถามราคาเมื่อไร นั่นถือเป็นการไม่ให้เกียรติพระราชทานจากฮ่องเต้
หากเป็นไปได้ ก็ขอตำแหน่งขุนนางที่ไร้กังวลเรื่องอนาคตให้ลูกหลานด้วย ข้ามขั้นเรียนหนังสือแล้วเข้าทำงานได้เลย และยังเป็นตำแหน่งที่บุตรชายรับช่วงต่อจากบิดาได้อีกด้วย
เฮ้อ! ก็แค่คิดเท่านั้นเอง ฮ่องเต้ตรัสตามมารยาท อย่าได้ถือเป็นจริงเป็นจัง บางทีตอนตรัสประโยคนี้ พระองค์อาจทรงคิดไว้แล้วว่าจะพระราชทานอะไร ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็อย่าเลือกมาก ได้อะไรมาก็รับไว้ก็พอ
“จะพระราชทานอะไรหรือ? ข้าไม่ขาดสิ่งใด ยิ่งไปกว่านั้น ข้าก็เป็นราษฎรแห่งต้าหยง การทำประโยชน์เพื่อแผ่นดินเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว มิใช่หรือ ท่านปรมาจารย์?”
ฉือฮั่วกลอกตาใส่นางแล้วเดินจากไป
เหล่าเด็ก ๆ ช่วยกันทำงานจนเหงื่อท่วม ต่างคิดว่าผักที่ตนปลูกเก่งที่สุด พากันยืดอกน้อย ๆ อย่างฮึกเหิมแล้วไปเข้าแถวล้างมือ เมื่อเด็กคนสุดท้ายออกจากเรือนเพาะชำ ฉีหลินก็หันไปปลอบบ่าวรับใช้ชายสองคน
“ลำบากพวกเจ้าแล้ว ไปจัดการแก้ไขให้ดีเถิด”
บ่าวรับใช้ชายทั้งสองกว่าจะได้งานที่มีหน้ามีตาเช่นนี้ ก็ต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือด จึงทะนุถนอมโอกาสนี้ยิ่งนัก ไหนเลยจะกล้าประมาทแม้แต่น้อย พวกเขาหยิบเครื่องมือขึ้นมาทันทีแล้วเริ่มแก้ไข
