ฟู่ซือเหนียนตื่นขึ้นมา ทั่วทั้งห้องยังคงจมอยู่ในรัตติกาลอันมืดมิด
เขายกมือขึ้นกดขมับ ฝ่ามือชื้นร้อน
ผ้าปูเตียงใต้ร่างยับย่นจนดูไม่เป็นทรง เขาเปิดผ้าห่มแล้วลุกขึ้นนั่ง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอยู่หลายครั้งกว่าจะสงบลง
ในถ้วยเคลือบบนโต๊ะข้างเตียงยังเหลือน้ำเย็นอยู่ครึ่งถ้วย เขายกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด น้ำไหลจากปลายคางหยดลงบนคอเสื้อ ความเย็นนั้นช่วยให้เขามีสติขึ้นมาเล็กน้อย
แต่จะมีสติไปทำไม
ภาพเหล่านั้นยังวนเวียนอยู่ในหัว หมุนจนขมับเต้นตุบ ๆ
ความฝันเมื่อครู่ชัดเจนแจ่มแจ้ง ยิ่งกว่าความฝันครั้งไหน ๆ ก่อนหน้านี้ ทั้งชัด ทั้งเป็นรูปเป็นร่าง และมีชีวิตชีวา
ในฝัน เขาผลักประตูห้องของตัวเองเข้าไป แล้วเห็นใครคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง
เธอสวมชุดกระโปรงที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
สีขาวบริสุทธิ์ สายเดี่ยวเส้นเล็กพาดอยู่บนไหล่ เผยให้เห็นช่วงไหล่และลำคอขาวผ่อง รวมถึงกระดูกไหปลาร้า
ชายกระโปรงสั้นจนแทบปิดโคนขาไม่มิด เรียวขาทั้งสองแนบชิดกัน หัวเข่ามีสีชมพูระเรื่อเล็กน้อย ข้อเท้าเรียวบาง ปลายเท้าแตะพื้นราวกับพร้อมจะลุกขึ้นได้ทุกเมื่อ
ผมยาวสยายแผ่คลุมไหล่ทั้งสองข้าง ดำขลับและหนานุ่ม ยิ่งขับให้ใบหน้านั้นผุดผ่อง ริมฝีปากแดงฟันขาว ระหว่างคิ้วและดวงตาฉ่ำวาว ยามมองเขาหางตาก็ยกขึ้นเล็กน้อย ทั้งอ่อนหวานทั้งเย้ายวน
“เธอ—” ฟู่ซือเหนียนยืนอยู่ตรงประตู น้ำเสียงเปลี่ยนไป “มาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง! แล้วยังแต่งตัวแบบนี้อีก! ช่างไม่รู้จักกาลเทศะ!”
ใบหูร้อนผ่าว เขาได้ยินเสียงตัวเองสูงกว่าปกติไปหลายระดับ แฝงความเข้มงวดที่เหมือนจงใจทำเสียงข่ม
