ฟู่ซือเหนียนแจ้งตำรวจ แล้วก็แจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยของกองทัพด้วย
โรงพยาบาลทหารอยู่ไม่ไกลจากเขตบ้านพัก เขาอุ้มซูชิงหลีไปถึงที่นั่น พอแพทย์เวรเห็นสีหน้าของเธอก็ขมวดคิ้วทันที
ซูชิงหลีหดตัวอยู่ในอ้อมแขนเขา ใบหน้าซุกอยู่กับอก ไม่ยอมเงยขึ้นมา ลำคอส่วนที่โผล่ออกมากับใบหูแดงระเรื่อผิดปกติ อุณหภูมิร่างกายร้อนจนชวนตกใจ ลมหายใจหอบถี่ไม่เป็นจังหวะ นิ้วมือกำเสื้อกล้ามของเขาแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
แพทย์ให้คนพาเธอเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ฟู่ซือเหนียนยืนอยู่ในทางเดิน พิงกำแพงพลางก้มมองรอยเลือดเล็กน้อยบนสาบเสื้อ ไม่รู้ว่าเป็นเลือดของเขาหรือของหยางจื้อกัง
ผ่านไปสิบกว่านาที แพทย์ก็ออกมาบอกว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก ฤทธิ์ยาสลบยังไม่หมด อีกทั้งยังตกใจจนมีไข้เล็กน้อย ให้น้ำเกลือสองขวดแล้วพักสักหน่อยก็จะดีขึ้น
ฟู่ซือเหนียนพยักหน้า ยัดบุหรี่กลับเข้าไปในซอง แล้วผลักประตูเข้าไป
ซูชิงหลีนอนอยู่บนเตียงคนไข้ เข็มเจาะอยู่ที่หลังมือ น้ำเกลือหยดลงมาทีละหยด
เธอเอียงหน้า พอเห็นเขาเดินเข้ามา ขอบตาก็แดงขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากขยับเรียกเสียงเบาว่า “พี่ซือเหนียน”
เขาเดินไปนั่งข้างเตียง ยื่นมือปัดผมที่ปรกหน้าผากเธอออก ปลายนิ้วไล้ผ่านรอยแดงบนใบหน้าแล้วชะงักไปชั่วขณะ
