ต่อหน้าทุกคน ฟู่ซือเหนียนเป็นคนแบบนั้นเสมอ
สุขุม สำรวม และไม่ค่อยยิ้ม
ในกองทัพ พอเอ่ยถึงผู้บังคับกองพันฟู่ ไม่มีใครไม่ยกนิ้วให้
เขาเด็ดขาดฉับไวในสนามฝึก บัญชาการรบอย่างสุขุมเยือกเย็น ปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดจนหาข้อตำหนิไม่ได้แม้แต่น้อย
แม้แต่เวลาอยู่บ้าน เขาก็เป็นคนพูดน้อย โจวหว่านชิงคอยบ่นเรื่องชีวิตคู่ของเขา เขาก็เพียงตอบเรียบ ๆ ว่า “ผมรู้ว่าควรทำอย่างไร” ไม่หงุดหงิด ไม่ร้อนรน สุขุมมั่นคงดุจขุนเขา
แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่า ภายในขุนเขาลูกนี้เกิดรอยร้าวขึ้นแล้ว
ความฝันเหล่านั้นเกิดถี่ขึ้นทุกที
ตอนแรกก็มีแค่ภาพในห้องครัว เธอสวมเสื้อแขนสั้นลายดอกไม้ยิ้มให้เขา คอเสื้อเปิดออกเล็กน้อย ชายกระโปรงสั้นเสียจนไม่น่าเชื่อ
ต่อมาความฝันก็ยิ่งเลยเถิดขึ้นเรื่อย ๆ
บางครั้งเป็นตอนที่เขาผลักประตูห้องเธอเข้าไป เธอนั่งอยู่ข้างเตียง เท้าเปล่าทั้งสองข้าง ข้อเท้าเรียวเล็ก นิ้วเท้ากลมมน ยื่นมือมาหาเขาพลางพูดว่า “สหายฟู่ มานี่สิ”
บางครั้งก็เป็นใต้ร่มไม้ข้างสนามฝึก เธอหมุนเปิดกระติกน้ำแล้วยื่นให้ ปลายนิ้วเฉียดหลังมือเขาอย่างแผ่วเบา เธอเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากชุ่มฉ่ำวาววับด้วยหยดน้ำ ก่อนถามเขาว่า “พี่ฟู่เหนื่อยไหม”
ทุกครั้งที่ตื่นจากฝัน ปฏิกิริยาของร่างกายเบื้องล่างก็ชัดเจนจนเขาอยากสบถด่าตัวเอง
