เหล่าศิษย์มีรอยยิ้มกว้างบนใบหน้ายิ่งกว่าเดิม
“ใช่แล้ว ถุงเฉียนคุนของข้าจุไม่พอแล้ว”
“น่ารำคาญจริง ของตั้งมากมายจะทำยังไงดี ไม่ก็ของที่เหลือยังไม่ได้แบ่งนี่ เอาทั้งหมดให้ท่านศิษย์น้าผู้น้อยเถิด!”
“ข้าเห็นด้วย ให้ท่านศิษย์น้าผู้น้อย!”
“ถูกต้อง ๆ ท่านศิษย์น้าผู้น้อย ท่านรับไว้เถิด หากไม่มีท่าน พวกเราคงไม่ได้ของวิเศษมากมายถึงเพียงนี้”
ซูหมิงเยว่เห็นว่าพวกเขาต่างพากันมองไปทางเด็กอัปลักษณ์ที่อยู่ข้าง ๆ ในใจพลันรู้สึกกระตุก
นางจึงพูดให้ชัดเจนขึ้นอีกว่า “ถึงแม้จะเป็นท่านศิษย์น้าผู้น้อย ของมากมายขนาดนี้ก็ใช้ไม่หมดอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้นนางอายุน้อยเพียงนี้ การที่นางได้ส่วนแบ่งของวิเศษมากมายขนาดนี้เพียงคนเดียว ก็ไม่จำเป็นอะไร”
การเข้าแดนลับครั้งนี้ช่างโชคร้ายที่สุด
นางลำบากตรากตรำมาตั้งเกือบครึ่งเดือน กลับไม่ได้อะไรเลย ส่วนลั่วหวนเจินพวกนั้นกลับได้ของมากมายภายในแดนลับ
ยังจะไม่ใช่เพราะได้อาวุธวิเศษตามหาสมบัติที่อวินเหยามอบให้หรอกหรือ?
ซูหมิงเยว่กล่าวเช่นนี้ ก็หวังว่าพวกเขาจะแบ่งให้นางบ้างเล็กน้อย
ทว่าหลังจากได้ยินคำพูดของซูหมิงเยว่ เหล่าศิษย์พลันเงียบงัน
พวกเขามองซูหมิงเยว่ด้วยแววตาประหลาด
เหลยจื่อเยว่นั่งอยู่ด้านข้างมาตลอด ถึงบัดนี้ก็ฟังไม่ไหวแล้ว เขาเอ่ยปากด้วยความไม่อยากเชื่อ “ศิษย์น้องหมิงเยว่ เจ้าคงไม่ใช่ตาร้อนของวิเศษของคนอื่น อยากจะขอแบ่งบ้างกระมัง?”
ซูหมิงเยว่ไม่คิดว่าเหลยจื่อเยว่จะแกล้งตายอยู่ข้าง ๆ ก็พอแล้ว ยังเอ่ยปากเสียดสีได้ร้ายกาจถึงเพียงนี้
