ก๊อก ก๊อก ก๊อก
จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะกระจกรถ
เจียงเว่ยหยางเปิดม่านรถขึ้นดู เห็นเป็นคนคุ้นเคย ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เถียนอวี่หลินเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “ฉันเห็นคุณอยู่ในรถตั้งนานไม่ลงมา นึกว่าหลับไปแล้ว”
เจียงเว่ยหยางลงจากรถ สายตากวาดไปยังยานพาหนะอีกสองคันในลานจอด นอกจากรถเล็กสีขาวของเธอแล้ว มีมอเตอร์ไซค์กับรถเก๋งสีชมพู สุดท้ายสายตาหยุดที่รถเก๋งสีชมพู
เถียนอวี่หลินกะพริบตาปริบ ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความภูมิใจ “สวยไหมล่ะ?”
“อืม”
เถียนอวี่หลินเม้มปาก เมื่อไม่ต้องเสแสร้ง ก็ถอนหายใจ “ดวงดีนี่นา จะทำไงได้”
“ดีจริง ๆ แต่รถมอเตอร์ไซค์ฉันก็ไม่เลวนะ” เสียงที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยแทรกเข้ามา
เจียงเว่ยหยางชะงัก คนที่พูดคือพี่เสื้อขนสัตว์นั่นเอง
พี่เสื้อขนสัตว์มองมาที่เจียงเว่ยหยาง พยักหน้าเป็นการทักทาย “คุณอยู่ในนั้นนานทีเดียว”
หลังจากตีบอสเสร็จตอนสองทุ่มกว่า พวกเธอก็ออกมาจากแผนที่ เจอกันที่ลานจอดก็เลยคุยกันอยู่สักพัก ต่างคนต่างก็เตรียมจะอยู่ต่อจนถึงเส้นตาย
นึกไม่ออกเลยว่าเจ้าของรถตู้รูปร่างธรรมดาคันนี้จะเป็นใคร คิดว่าเป็นหยางชิงเหอหรือไม่ก็สวีเจิ้งหลิน ที่ไหนได้ กลายเป็นเจียงเว่ยหยาง
“เปล่า ฉันกลับมาสักพักแล้ว”
“อ๋อ มีของกินขายไหม?”
เจียงเว่ยหยางเงียบไปครู่หนึ่ง “ไม่มี”
อาหารที่เหลือเธอไม่คิดจะขายต่อแล้วชั่วคราว น้ำมันก็ไม่ขาดแล้ว เหรียญวาระสุดท้ายก็ยังมี เธออยากจะดูก่อนว่าแผนที่ต่อไปจะเป็นอะไร
