เจียงหนิงอานไม่เคยรู้สึกว่าเวลา 20 นาทียาวนานขนาดนี้มาก่อน ยาวนานพอให้ความทรงจำจากสองชาติของเธอฉายย้อนตั้งแต่ต้นจนจบในหัว
จนกระทั่งเสียงฝีเท้าสม่ำเสมอหนักแน่นดังมาหยุดอยู่หน้าประตูห้อง ฝีเท้าหนักแน่นทรงพลัง ราวกับกำลังย่ำตามจังหวะบางอย่างที่ไม่อาจโต้แย้งได้
“ก๊อก ก๊อก!”
“ผมคือฟู่ผิงเวย ผู้บริหารประจำดาว 325 แห่งกองทัพที่ 3!”
ในที่สุดก็มาแล้ว!
หัวใจที่ลอยค้างของเจียงหนิงอานพลันตกลงมาอย่างหนัก กลับไปอยู่ในตำแหน่งอันมั่นคงภายในอก
เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยื่นมือไปลูบรอยยับบนชายเสื้อให้เรียบ แล้วจัดผมให้เข้าที่
เดิมทีเจียงสือเยว่พิงผนังอย่างเหนื่อยล้า พอได้ยินเสียงนั้นก็ยืดตัวตรงทันที แผ่นหลังเกร็งราวกับสายธนูที่ขึงจนสุด กองทัพที่ 3 มาทำไมกัน?
“พี่เยว่ เปิดประตู!”
“อ้อ ได้!” เจียงสือเยว่เก็บสีหน้าตกใจและหวาดหวั่น ก่อนเปิดประตูด้วยสีหน้าไร้อารมณ์!
เจียงหนิงอานเชิดอกยืดหลัง สูดหายใจลึก ๆ ซ้ำไปซ้ำมาเพื่อปรับสภาพของตัวเอง
ประตูเปิดออก ฟู่ผิงเวยเดินเข้ามาตามลำพังพร้อมกล่องอุปกรณ์ความเย็นในอ้อมแขน
เขามีรูปร่างสูงใหญ่ เครื่องแบบทหารเรียบร้อยเนี้ยบ ดาวบนอินทรธนูสะท้อนแสงเย็นเยียบใต้แสงไฟ
เมื่อเดินมาถึงระยะสามก้าวจากเจียงหนิงอาน เขาก็หยุดแล้วก้มศีรษะเล็กน้อย น้ำเสียงมั่นคงแฝงความเคารพอยู่หลายส่วน “นี่คือยาฟื้นฟูพันธุกรรมระดับ 4 ครับ”
เจียงสือเยว่ได้ยินแล้วตาเบิกกว้าง ยาฟื้นฟูพันธุกรรมระดับ 4
เขาอยากเอ่ยถามตามสัญชาตญาณ แต่ก็ฝืนกลั้นเอาไว้ ก่อนหันไปพูดกับเจียงหนิงอานว่า “ผมไปตามเจี้ยนเฉียงมา!”
