ซงชิงหรานหันกลับไปมองเศษปากกาเหล็กในมือของเวินหราน จากนั้นก็รับปากกามาจากมือเวินหราน แล้วยกขึ้นตรงหน้าหลิงเหอ
“อธิบายมา”
ตอนที่หลิงเหอพยายามเอาใจซงชิงหราน ตอนนั้นเธอมีเงินติดตัวไม่มาก แถมเพิ่งซื้อกระเป๋าไป ของแพงก็ซื้อให้ไม่ไหว ส่วนของถูกก็ดูด้อยค่าเกินไป พอนึกถึงเคล็ดลับที่คนในกลุ่มแนะนำ เธอเลยลองสั่งเชือกแดงลูกปัดนำโชคจากทางออนไลน์ พอเอาไปให้ซงชิงหรานก็อ้างว่าเป็นของที่ไปขอมาจากวัด ตอนซงชิงหรานรับเชือกแดงไป เธอนิ่งอึ้งอยู่นาน ตอนนั้นหลิงเหอยังคิดว่าอีกฝ่ายดูออกแล้วเสียอีก
สองวันต่อมา ซงชิงหรานก็ถือปากกาด้ามนี้มาให้เธอ บอกว่าเป็นของขวัญที่แม่มอบให้ตอนเธอได้เหรียญทองจากการแข่งขัน
หลิงเหอฉวยจังหวะที่ซงชิงหรานเล่าความเป็นมาของปากกาด้ามนั้น แอบถ่ายรูปไปค้นหาราคา ในใจกลับบ่นงึมงำว่า คุณหนูตระกูลร่ำรวยพวกนี้ขี้เหนียวจริง ๆ หยิบกล่องที่ประณีตขนาดนั้นออกมา เธอยังนึกว่าเป็นสร้อยคออัญมณีเสียอีก ที่ไหนได้เป็นแค่ปากกาด้ามหนึ่ง แถมยังเป็นของมือสอง
แต่พอเห็นราคา เธอก็ชะงักไป ปากกาด้ามเดียวขายตั้งสามหมื่นเชียวหรือ?
ฝังขอบทองไว้หรือไง
หลังจากนั้นเธอก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ได้ยินแว่ว ๆ ว่ามีคำว่า “ของต่างหน้าผู้ล่วงลับ” อะไรทำนองนั้น เธอแค่รู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ยังรับเอาไว้
อย่างไรเสีย ปากกาด้ามละสามหมื่น เอาไปเล่าให้ใครฟังก็เท่จะตาย
ตอนนี้เมื่อเห็นซงชิงหรานมองเธอด้วยใบหน้าเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความมืดมน หลิงเหอก็อดรู้สึกผิดอยู่บ้างไม่ได้ เธอกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อนึกถึงเรื่องที่ซงชิงหรานเคยทำให้เธอลำบากใจก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ผิดสักนิด จึงเชิดคอพูดว่า
“มองฉันทำไม ของที่ให้ฉันแล้วก็เป็นของฉันสิ”
