หลิงเหอนั่งชิดประตูรถตรงเบาะหลัง อยากอยู่ห่างจากโจวเหยียนชิงสักแปดช่วงตัว พอเห็นโจวเหยียนชิงยิ้มมองมา เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเหงื่อเย็นผุดเต็มแผ่นหลัง ในใจต่อต้านอย่างยิ่ง ไม่อยากอยู่ใกล้เขา ทว่าก็ห้ามโจวเหยียนชิงที่เป็นฝ่ายขยับเข้ามาเองไม่ได้
เขาร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้างขายาว แค่ยกมือขึ้นเล็กน้อย พื้นที่ให้หลิงเหอได้หายใจก็ยิ่งน้อยลง
อย่างเมื่อครู่ หน้าต่างฝั่งหลิงเหอเปิดแง้มไว้เพียงนิดเดียว โจวเหยียนชิงเหยียดแขนยาวออกไป บอกว่าจะปิดหน้าต่าง เพราะลมเหนือพัดมาเดี๋ยวเธอจะเป็นหวัด จากนั้นก็โน้มตัวเข้ามา กักหลิงเหอไว้ในอาณาเขตของเขา พอปิดหน้าต่างเรียบร้อยแล้วกลับไม่ยอมดึงมือกลับไป
เสียง “โครก” ดังขึ้น
แก้มของหลิงเหอแดงจัด
โจวเหยียนชิงมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่กอดท้องตัวเองไว้ สายตาเลื่อนไปยังต้นคอที่บอบบางนุ่มนวลเป็นพิเศษยามเธอก้มหน้า และแก้มที่ถูกเส้นผมด้านข้างบดบังจนเห็นเพียงเนื้อนุ่มนูนขึ้นมานิด ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ขนตาซึ่งสั่นระริกไม่หยุดเพราะความอับอาย แล้วถามเสียงเบา
“ไปหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยกลับได้ไหม”
“……” หลิงเหอกะพริบตาช้า ๆ หนึ่งครั้ง
โจวเหยียนชิงเข้าใจทันที จึงสั่งคนขับรถด้านหน้าเรียบ ๆ ว่า “ไปถนนของกินแถวมหาวิทยาลัยเอ ฝั่งตรงข้ามเชียนสุ่ยวาน”
ถนนของกินฝั่งตรงข้ามเชียนสุ่ยวานมีชื่อเสียงมาก ร้านหลายแห่งเปิดถึงตีสองตีสาม และยังมีร้านแฟรนไชส์ไม่น้อยที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ตอนนี้ทั้งถนนจึงสว่างไสว
ร้านอาหารและสถานที่สำคัญหลายแห่งที่หลิงเหอเคยรายงานให้โจวเหยียนชิงทราบ ล้วนอยู่แถวนี้
