เหอซีเข้าไปในความฝันของเฉินจี้มาหลายครั้งแล้ว
มีแค่ครั้งนั้นครั้งเดียวที่เธอบังเอิญเห็นเขามีสติอยู่ในฝัน และพูดคุยกับเธอได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ทันทีที่คนเราหลับ สติสัมปชัญญะทั้งหมดก็จะผ่อนคลายลง
การควบคุมความฝันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ส่วนใหญ่แล้วคนเราจะกลับมามีสติในฝันขึ้นมาโดยบังเอิญ
ถ้าคิดจะควบคุมความฝันเพียงเพื่อควบคุมมันจริง ๆ คนทั่วไปคงทำไม่ได้แน่
ภาพสิ่งของเหล่านั้นในรูปถ่ายผุดขึ้นมาตรงหน้าเหอซี เธอคิดว่าถ้ามีนักพรตน้อยคนนั้นช่วย เรื่องนี้อาจจะง่ายมากก็ได้นะ?
ช่วงค่ำ หยางรุ่ยกลับมา
เขาถืออาหารมาด้วยชุดหนึ่ง บอกว่าซื้อมาตอนต่อคิวระหว่างเดินเล่นแถวนี้ แล้วเรียกเฉินจี้ที่กำลังนอนเอกเขนกดูอนิเมะอยู่บนเตียงมากินด้วยกัน
เฉินจี้ไม่สนใจ จึงปฏิเสธอย่างสุภาพ
หยางรุ่ยเลยกินอยู่คนเดียวข้าง ๆ เพียงแต่สายตาของเขามักจะเหลือบมองเฉินจี้เป็นระยะ
เฉินจี้เติบโตมาใต้แสงสปอตไลต์ตั้งแต่เด็ก จึงไวต่อสายตาที่คอยจับจ้องเป็นพิเศษ
เขาเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อนว่า “มีอะไรเหรอ?”
หยางรุ่ยกลืนอาหารในปากลงไป ก่อนถามซ้ำ “นายไม่เป็นไรใช่ไหม?”
