อากาศบนเขาแปรปรวนง่าย พอตกกลางคืนก็เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
เดิมทีเส้นทางขึ้นเขาก็ซับซ้อนอยู่แล้ว ยิ่งฝนตกหนักจนทัศนวิสัยถูกบดบัง รถจึงเฉี่ยวก้อนหินที่ยื่นออกมาจากผนังเขาตรงทางโค้ง
ตัวรถสั่นอย่างเห็นได้ชัด พวงมาลัยเสียการควบคุม หลังหักเลี้ยวกะทันหันก็เหยียบเบรกจนรถหยุดสนิท เฉินหย่วนเหยาที่หลับสนิทอยู่บนเบาะข้างคนขับสะดุ้งตื่นขึ้นมา “เกิดอะไรขึ้น?”
ผู้ช่วยมีสีหน้าหวาดผวาจนปิดไม่มิด เท้าที่เหยียบเบรกยังสั่นไม่หยุด เขาบอกว่า “ฝนตกหนักเกินไปครับ มองถนนไม่ชัด”
นึกว่าเฉินหย่วนเหยาจะระเบิดอารมณ์ใส่เสียอีก แต่เขากลับตาเป็นประกาย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเริ่มบันทึกทันที “นี่มันฟุตเทจชั้นดีเลย...”
ระหว่างที่เฉินหย่วนเหยาลงจากรถท่ามกลางฝนที่เทลงมาราวกับฟ้ารั่วเพื่อถ่ายสิ่งที่เรียกว่าฟุตเทจ เฉินจี้ซึ่งนั่งเงียบมาตลอดบนเบาะหลังกลับแง้มหน้าต่างออกเล็กน้อย
ลมภูเขาด้านนอกพัดพาละอองฝนลอดเข้ามาทางช่องว่างทันที ปะปนมาด้วยกลิ่นดินชื้น
มองผ่านกระจกรถออกไป ด้านนอกมืดสนิท มีเพียงตอนที่สายฟ้าฟาดผ่านท้องฟ้า แสงสีขาวซีดจึงช่วยให้เห็นแนวภูเขาซ้อนกันอยู่ชั่วขณะ
จู่ ๆ ผู้ช่วยก็เปิดไฟในรถ กระจกหน้าต่างจึงกลายเป็นกระจกเงา
เฉินจี้มองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่บนกระจก หมวกไหมพรมที่สวมต่ำจนบังหัวคิ้ว หูฟังคล้องอยู่รอบคอ ดวงตาไร้แวว ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
บางทีอาจเป็นเพราะเปิดหน้าต่าง เฉินจี้จึงรู้สึกถึงความเย็นวาบที่พัดผ่านใบหน้า
