“คิดดีแล้วเหรอว่าจะหนีไปโลกมนุษย์?”
เมื่อเห็นเหอซีมาหาถึงที่อีกครั้ง ซุนฮุ่ยหนิงก็นึกเหตุผลอื่นไม่ออก นอกจากเรื่องนี้
เหอซีนั่งลงข้าง ๆ ตามใจตัวเอง ไม่ได้ตอบคำถามของซุนฮุ่ยหนิง แต่กลับถามเธออย่างจริงจังว่า “พี่ซุน ผีที่ก่อเรื่องในโลกมนุษย์จะถูกลงโทษหนักใช่ไหม?”
ซุนฮุ่ยหนิงพยักหน้า พอเห็นเหอซีทำหน้าเคร่งขรึมเกินเหตุ เธอก็เสริมว่า “แต่ก็ไม่แน่เสมอไปหรอก ผีที่กล้าก่อเรื่องในโลกมนุษย์ ย่อมมีวิธีเอาตัวรอดที่คนอื่นไม่รู้กันอยู่บ้าง”
พูดจบ ซุนฮุ่ยหนิงก็มองเหอซีด้วยแววตาลึกซึ้ง ก่อนถามหยั่งเชิงว่า “อย่าบอกนะว่าเธอคิดจะ... ออกไปก่อเรื่อง? บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่มีเคล็ดลับเอาตัวรอดอะไรหรอก”
“ไม่ใช่อยู่แล้ว!!” เหอซีรีบโบกมือปฏิเสธ
จากนั้นเธอก็เล่าเรื่องประหลาดที่เห็นในความฝันของเฉินจี้ให้ซุนฮุ่ยหนิงฟัง
พอฟังจบ ซุนฮุ่ยหนิงก็เดาไปในทางเดียวกับเหอซี “น่าจะมีผีตามติดเขาอยู่”
เหอซีตบมือฉาดแล้วบอกแผนของตัวเอง “ฉันจะไปโลกมนุษย์ ช่วยไล่ผีร้ายตัวนั้นให้เขา จะได้คุยกับเขาด้วย”
ต่อให้เป็นนักพรตหรือนักเวทที่เก่งที่สุดในโลกมนุษย์ หรือยมทูตที่เร็วที่สุดในยมโลก ก็ยังสู้ผีตัวจริงอย่างเธอไม่ได้หรอก
เธอมองเห็นผีและสื่อสารกับพวกมันได้โดยตรง ถ้าพูดดี ๆ แล้วยังไม่ฟังก็ใช้กำลัง ไม่เหมือนพวกนักพรตหรือนักเวทที่ต้องอาศัยอุปกรณ์วิเศษสารพัดอย่าง ตั้งแท่นประกอบพิธีถึงจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ แถมเธอยังรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รับรองว่า “รักษาหายทันใจ”!
ซุนฮุ่ยหนิงมองเหอซีเงียบ ๆ ครู่ใหญ่จึงเอ่ยว่า “ก่อนหน้านี้ฉันชวนให้เธอแอบออกไป เธอยังไม่กล้าเลย ทำไมตอนนี้ถึงกล้าขึ้นมาล่ะ? พอเห็นเขาเป็นอะไรไปก็ร้อนใจแล้วเหรอ?”
