#สมาชิกวงฟรีด เฉินจี้เกิดเหตุฉุกเฉิน ถูกส่งโรงพยาบาลตอนตีห้าเพื่อช่วยชีวิต#
#อาการบาดเจ็บของเฉินจี้#
#พฤติกรรมผิดปกติของเฉินจี้ระหว่างไลฟ์ ที่แท้ก็มีสัญญาณมาก่อนแล้ว#
#เฉินจี้ยังจุดธูปเผากระดาษเงินกระดาษทองที่ชานเมืองตอนตีสอง เขากำลังเซ่นไหว้ใครกันแน่?#
……
แฮชแท็กติดอันดับค้นหายอดนิยมผุดขึ้นมาแล้วก็ร่วงลง สลับกันไปไม่หยุด โทรศัพท์ของหลี่เจินแทบจะถูกโทรจนระเบิด สุดท้ายเธอเลยปิดเครื่องไปเสียเลย
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องผู้ป่วยแรงมาก เธอทนไม่ไหว จึงสวมหน้ากากถึงสองชั้น
“พ่อนายเลื่อนตั๋วแล้ว เร็วที่สุดก็มาถึงได้ตอนบ่าย” หลี่เจินนั่งอยู่บนโซฟาข้างหน้าต่าง ขณะใช้คอมพิวเตอร์จัดการงานไปด้วย ก็บอกข่าวนี้ให้เฉินจี้ฟังไปด้วย
เมื่อพูดจบก็เงียบกริบ ราวกับหย่อนก้อนหินลงทะเล ไม่ได้รับการตอบสนองแม้แต่น้อย
หลี่เจินพิมพ์ข้อความไปสองสามบรรทัด ก่อนจะเหลือบมองคนบนเตียงผู้ป่วยที่อยู่ไม่ไกล
ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา เฉินจี้ก็ไม่พูดไม่จา ไม่ขยับเขยื้อน นอนตัวตรงอยู่แบบนั้น จ้องหลอดไฟบนเพดานอย่างเหม่อลอย
ตอนแรกหลี่เจินตกใจแทบแย่ คิดว่าสมองเขาคงกระทบกระเทือนจนมีปัญหาจริง ๆ รีบเรียกหมอมาตรวจซ้ำทันที ตามหลักแล้วอาการกระทบกระเทือนทางสมองเล็กน้อยไม่น่าทำให้มีอาการคล้าย “เจ้าชายนิทรา” แบบนี้นี่นา
แต่พอตรวจอยู่พักใหญ่ ก็พบว่าเฉินจี้แค่ไม่อยากสนใจคนนอกเท่านั้น
หมอจึงทำได้เพียงแนะนำให้คนไข้พักผ่อนอย่างสงบ
หลี่เจินบอกให้คนอื่น ๆ กลับไปทำงานตามปกติก่อน เธอเฝ้าอยู่ที่นี่คนเดียวก็พอ เพราะยังมีเรื่องบางอย่างอยากคุยกับเฉินจี้
แต่ผ่านไปหนึ่งสองชั่วโมง เฉินจี้ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไร ราวกับกำลังเข้าฌาน
ถ้าไม่ใช่เพราะบางครั้งเขายังกะพริบตา ก็คงเหมือนหุ่นจำลองคนจริงไม่มีผิด
หลี่เจินส่ายหน้า แล้วทำงานต่อ
เพราะเฉินจี้เกิดเหตุไม่คาดฝัน ตารางงานที่วางไว้จึงต้องเปลี่ยนใหม่ ทั้งยังต้องติดต่อประสานงานกับทุกฝ่าย งานล้นมือจนแทบทำไม่ทัน
