ความฝันปั่นป่วนอย่างหนัก แต่กลับไม่พังทลายลง
เหอซีพอจะเดาได้ว่า ตอนนี้เฉินจี้อยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ซึ่งเป็นช่วงที่ควบคุมความฝันได้ดีที่สุด
ราวกับต้องการพิสูจน์สิ่งที่เธอคาดไว้ ประตูและหน้าต่างห้องผู้ป่วยพลันหายไป พื้นที่ทั้งหมดกลายเป็นห้องปิดตาย
ราวกับตั้งใจขังเธอไว้ ไม่ให้หนีไปไหน
เหอซีจุ๊ปาก สายตากวาดมองรอบห้อง ก่อนจะกลับมาหยุดที่เฉินจี้
ชายหนุ่มเอนหลังพิงโซฟา ประสานแขนกอดอก ท่านั่งสบาย ๆ ราวกับไม่ใส่ใจ พลางมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์
แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น การสำรวจ และความไม่อยากเชื่อ
เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นอีกครั้ง “เทพ...ผู้พิทักษ์?”
คำสั้น ๆ เพียงสามคำยังพูดขาด ๆ หาย ๆ ฟังแล้วแปลกชะมัด
เหอซีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า เพราะนี่เป็นสิ่งที่เธอบอกเขาด้วยตัวเอง
วินาทีถัดมา เฉินจี้ก็หลุบตามองของเล่นหลากสีบนโต๊ะ คล้ายจงใจถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว “เทพเล่นของพวกนี้เป็นด้วยเหรอ?”
“...” เหอซีมองเกมกระดานเด็ก ๆ ตามเขา เธอเดิมทีก็พูดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว คราวนี้ยิ่งไม่รู้จะพูดอะไรเข้าไปใหญ่
เธอหยิบกล่องกระดาษที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา เริ่มเก็บอุปกรณ์ที่กระจัดกระจายบนโต๊ะ
ทั้งหมดนี่ซื้อด้วยเงิน เอากลับไปก็ยังเล่นกับผีตนอื่นได้
เฉินจี้ไม่ได้ห้ามเธอ พอเธอเก็บใกล้เสร็จ เขาก็เตือนว่ามีเหรียญเกมตกอยู่บนพื้น
“เงินที่ฉันเผาไป เธอได้รับหรือยัง?” ผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินจี้ก็ถามขึ้นอีกครั้ง
เหอซีพยักหน้า
จากนั้นเธอก็นึกถึงคำเตือนของซุนฮุ่ยหนิง จึงเริ่มทำท่าทำทางประกอบ
เฉินจี้เดาอยู่นานกว่าจะจับใจความได้คร่าว ๆ “เธอจะบอกว่า คราวหน้าอย่าเผาเงินเยอะขนาดนั้นใช่ไหม?”
