ผ่านไปห้าวันเต็ม
เหอซีไม่ได้รับเงินแม้แต่แดงเดียวอีกเลย
เฉินจี้ราวกับหายตัวไปกะทันหัน ไม่มีข่าวคราวส่งมาอีก
“คง...ตายไปแล้วหรือเปล่า?” เหอซีพึมพำ ใจคอไม่ดี
เธอร้อนใจจนเดินวนไปวนมา สิวผุดขึ้นเต็มหน้าแล้ว
พวกผีตัวอื่นรู้เรื่องนี้ ต่างพากันมาดูสิวบนหน้าเหอซี
ถึงอย่างไรผีจะเป็นสิวก็เป็นเรื่องที่พบได้ยากจริง ๆ
จนกระทั่งคืนวันที่หก ผีเสื้อผีของธนาคารเทียนตี้จึงกระพือปีกบินมาอย่างเชื่องช้า บอกเหอซีว่ามีเงิน 36 หยวนเข้าบัญชีแล้ว ขอให้ตรวจสอบโดยเร็ว
...?
ถึงกับเป็น 36...หยวนเลยเหรอ?
พอ ๆ กับค่าแรงรายวันตอนเธอทำงานในยมโลกเลยนะ
เหอซีไม่ได้สนใจว่าเงินจะมากหรือน้อย ที่สำคัญคือจากภาพบันทึกที่ผีเสื้อผีนำมา เธอเห็นภาพเฉินจี้เผาเงินส่งมา จึงยืนยันได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ในที่สุดก้อนหินในใจก็หล่นลง
ถึงวันที่เจ็ด ต้นเดือนเจ็ดตามปฏิทินจันทรคติ ในที่สุดเธอก็ออกไปได้
ป้าจินเฟิ่งแบ่งลูกค้ากว่าร้อยคนของตัวเองออกเป็นกลุ่มไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ กลุ่มละสิบคน แล้วพาพวกเขาเดินตามลำดับไปยังรอยแยกม่านกั้นที่เชื่อมสู่โลกคนเป็น
เหอซีเป็นลูกค้าใหม่ จึงถูกจัดให้อยู่กลุ่มรองสุดท้าย กว่าจะถึงคิวก็เกือบค่ำแล้ว
พวกเขาถูกปิดตา จับมือกันไว้ แล้วให้ป้าจินเฟิ่งนำทาง หลังเดินไปตามเส้นทางคดเคี้ยวอยู่พักใหญ่ ป้าจินเฟิ่งจึงหยุดแล้วบอกว่า “ถึงแล้ว”
แต่เมื่อถอดผ้าปิดตาออก ตรงหน้าเหอซียังคงมืดสนิท เป็นความมืดมิดสุดขีดที่กลืนกินทุกสิ่ง แม้แต่เงาร่างของผีที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยังมองไม่เห็น
ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขายังจับมือกันอยู่และได้ยินเสียงพูดคุยของกันและกัน เหอซีคงคิดว่าที่นี่เหลือเธออยู่คนเดียว
เสียงของป้าจินเฟิ่งดังมาจากทางตะวันออก “พวกเธอเป็นลูกค้าใหม่ อาจมีบางเรื่องที่ยังไม่รู้ ตอนนี้ฉันจะบอกพื้นฐานการใช้ชีวิตในโลกคนเป็นให้ฟัง”
ผีทั้งหลายพากันขอบคุณป้าจินเฟิ่ง
