เหอซีนอนคว่ำอยู่บนหลังคารถ
เธอตามรถของเฉินจี้ออกจากภูเขามาตลอดทาง ผ่านเมืองเล็ก ๆ นอกเขา แล้วขึ้นทางด่วน
ทิวทัศน์ระหว่างทางแตกต่างจากโลกมนุษย์ในความทรงจำของเหอซีอยู่มาก รถที่วิ่งอยู่บนถนนล้วนทันสมัยและดูดีขึ้นกว่าหลายสิบปีก่อน เหอซีมองอย่างเพลิดเพลิน
หลายชั่วโมงต่อมา แดดขึ้นสูงแล้ว เหอซีรู้สึกไม่สบายตัวเพราะถูกแดดเผา จึงมุดเข้าไปในรถ
เฉินจี้ยังคงอยู่ในท่านอนแบบเดิม เพียงแต่หันศีรษะไปอีกด้าน มือทั้งสองข้างประสานกันวางไว้บนหน้าท้อง ลมหายใจแผ่วสม่ำเสมอ ดูท่าจะหลับลึกมาก
เหอซีที่เล่นจนเหนื่อยนั่งชิดประตูรถอีกฝั่ง เว้นระยะห่างจากเฉินจี้ไว้พอสมควร
เธอมองผ่านกระจกมองหลัง เห็นคนขับที่นั่งแถวหน้ามีสีหน้าอ่อนล้าจากการขับรถเป็นเวลานาน เขาหาวออกมาครั้งหนึ่ง ส่วนชายที่นั่งเบาะข้างคนขับน่าจะเพิ่งตื่นจากการงีบ เปลือกตาบวมเล็กน้อย กำลังใช้โทรศัพท์ตอบข้อความ
ยิ่งเหอซีจ้องชายที่นั่งข้างคนขับ เธอก็ยิ่งรู้สึกคุ้นหน้าอยู่บ้าง
…เหมือนเขาจะเคยปรากฏตัวในความฝันของเฉินจี้
เหอซีหันไปมองเฉินจี้ที่เอนนอนอยู่ข้าง ๆ ความทรงจำเกี่ยวกับเฉินหย่วนเหยาค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
เขาเป็นพ่อของเฉินจี้!
เหอซีลุกจากที่นั่ง ลอยไปด้านหน้ารถ หยุดอยู่ตรงหน้าของเฉินหย่วนเหยา แล้วหรี่ตามองใบหน้าของเขาอย่างละเอียด
คิ้วตาและลักษณะจมูกคล้ายเฉินจี้ แต่ใบหน้าของชายคนนั้นได้รูปสมส่วน ขณะที่ใบหน้าของเฉินจี้เรียวยาวและคมชัด แก้มตอบเล็กน้อย ดูท่าคงได้มาจากแม่
ดูจากหน้าตาแล้ว สองคนนี้เป็นพ่อลูกกันแน่นอน
แต่…
เหอซีนึกถึงครั้งแรกที่เข้าไปในความฝันของเฉินจี้ และเศษเสี้ยวความฝันที่ย้อนผ่านเข้ามา พ่อคนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ดีกับลูกชายสักเท่าไร…
เหอซีพิจารณาเฉินหย่วนเหยาตั้งแต่หัวจรดเท้า จากซ้ายไปขวาอยู่หลายรอบ ก่อนจะรู้ว่าตัวเองด่วนสรุปไม่ได้ เพราะเรื่องในฝันอาจไม่ใช่ความจริง และส่วนใหญ่คงเป็นแค่จินตนาการ
เธอลอยกลับไปที่นั่ง เตรียมพักผ่อนบ้าง อย่างไรเสียเป็นผีก็ยังรู้สึกเหนื่อยได้
เมื่อใกล้ถึงเป่ยก่าง รถบนทางด่วนก็เริ่มมีมากขึ้น พอลงจากทางด่วนก็ติดหนักกว่าเดิม ระยะทางที่เดิมใช้เวลาไม่กี่สิบนาทีถูกยืดออกไปเป็นชั่วโมงกว่า ๆ กว่าจะถึงสนามบินนานาชาติเป่ยก่าง
