จางเหว่ยจำต้องยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่กล้าพูดอะไรอีก
หวังเซิ่งหยิบถ้วยครอบลูกเต๋าขึ้นมาเขย่าอย่างบ้าคลั่ง ก่อนฟาดลงบนโต๊ะดังเพี๊ยะ
ทหารสองสามคนที่ลงเดิมพันตะโกนจนสุดเสียงว่า “ต่ำ! ต่ำ! ต่ำ!”
หวังเซิ่งคว้าฝาถ้วยขึ้นเปิด แต้มของลูกเต๋าทั้งสามลูกคือ 1, 2 และ 3 ตามลำดับ
“บัดซบ! ต่ำอีกแล้ว!”
หวังเซิ่งสบถคำหนึ่ง ก่อนคว้าถ้วยครอบลูกเต๋าฟาดลงกับพื้น
“ไม่เล่นแล้ว ไม่เล่นแล้ว”
ในที่สุดหวังเซิ่งก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีธุระสำคัญ เขาหันไปถามจางเหว่ยว่า “เกิดเรื่องอันใดขึ้น จงว่ามา”
“หัวหน้าหมู่ ห้องขังหมายเลขสามเกิดเหตุวิวาทหมู่ขอรับ”
หวังเซิ่งหาได้ใส่ใจไม่ “มีอันใดให้ต้องแตกตื่นกันเล่า ก็แค่ไอ้หลี่สงนั่นรังแกคนมาใหม่ ตราบใดที่ยังไม่ได้ตีคนตายก็ไม่จำเป็นต้องรายงาน”
“หัวหน้าหมู่ เป็นหลี่สงจริงขอรับ แต่คราวนี้เขาเป็นฝ่ายถูกรังแก”
“อะไรนะ? ยังมีคนรังแกเขาได้ด้วยหรือ?”
เรื่องนี้ทำให้หวังเซิ่งประหลาดใจอยู่บ้าง เขารู้ดีว่าฝีมือของหลี่สงจัดอยู่ในระดับแนวหน้า แม้ในบรรดาหัวหน้าหมู่ด้วยกันก็ยังนับว่าเก่งกาจเป็นอันดับต้น ๆ
คนที่ทำให้หลี่สงเสียท่าได้ ดูท่าจะมีฝีมือไม่น้อย
“ขอรับ ที่จริงไม่ใช่แค่หลี่สงที่ถูกเล่นงาน นักโทษในห้องขังหมายเลขสาม นอกจากหนึ่งหรือสองคน ที่เหลือล้วนถูกซ้อมทั้งสิ้น และเป็นฝีมือของคนคนเดียว”
หวังเซิ่งยิ่งตกตะลึง “มีนักโทษฝีมือร้ายกาจเช่นนี้ด้วยหรือ? ก่อนหน้านี้เหตุใดถึงไม่พบ?”
“ไอ้หนุ่มนั่นเพิ่งมาถึงเมื่อคืนขอรับ”
“เพิ่งมาถึงเมื่อคืน? เฉินหนานคนที่ข่มขืนหญิงชาวบ้านผู้นั้นหรือ?”
“ใช่แล้วขอรับ เป็นเขา”
หวังเซิ่งไม่เข้าใจ “เจ้านั่นดูแขนขาเล็กกระจ้อยร่อย ถึงกับมีฝีมือร้ายกาจเพียงนี้เชียวหรือ?”
