เฉินหนานหลอมรวมความทรงจำจากทั้งสองชาติภพเข้าด้วยกัน ระหว่างทางนี้ เขาเริ่มจัดระเบียบความทรงจำส่วนใหม่เหล่านั้น
เจ้าของร่างเดิมชื่อเฉินหนาน บิดามารดาของเขาสิ้นใจทั้งคู่เมื่อเขาอายุได้ 15 ปี นับแต่นั้นเขาก็กลายเป็นนักเลงข้างถนน
ที่นาผืนเล็กไม่กี่หมู่ของครอบครัวถูกเขาขายไปตั้งนานแล้ว หลายปีมานี้เขาอาศัยรับจ้างทำงานหนักให้เจ้าที่ดินประทังชีวิต
เมื่อมีเงินติดมืออยู่บ้าง เขาก็จะไปบ่อนพนันในเมืองสักสองสามตา หากชนะก็ไปหาหญิงคณิกาที่หอคณิกา หากแพ้ก็กลับบ้านดื่มน้ำประทังวัน
ใช้ชีวิตเลื่อนลอยไปวัน ๆ เช่นนี้ อย่างไรก็ยังไม่อดตาย
ครึ่งเดือนก่อน เจ้าของร่างเดิมหาเงินได้เล็กน้อย เขาก็รีบวิ่งไปบ่อนพนันในเมืองทันที ผลสุดท้ายแพ้จนหมดตัว
เขาร้องว่าเคราะห์ร้ายนัก คราวนี้ไปหอคณิกาไม่ได้แล้ว คงต้องกลับบ้านไปจัดการด้วยมือขวาแทน
ขณะออกจากบ่อนพนัน เขาเห็นหญิงสาวหน้าตางดงามประหนึ่งนางเซียนบนถนน ความคิดลามกพลันผุดขึ้น จึงเดินเข้าไปเกี้ยวพาราสีนางด้วยวาจา
ที่จริงเจ้าของร่างเดิมก็ไม่ได้ใจกล้าถึงขั้นคิดทำอะไรกับหญิงสาวผู้นั้น เพียงอยากพูดให้ชื่นปากเท่านั้น
ปกติเขาชอบหยอกเย้าสตรีวัยสาวที่แต่งงานแล้วในหมู่บ้านอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นพวกนางหน้าแดงแล้วหลบหนีไป เขาก็รู้สึกพึงพอใจ
น่าเสียดายที่คราวนี้คนที่เขาหยอกเย้ากลับเป็นพวกเขี้ยวลากดิน
ที่แท้หญิงสาวผู้นั้นเป็นอนุภรรยาของนายอำเภอ ออกมาเดินเล่นบนถนนยามว่าง และยังมีองครักษ์หลายคนติดตามอยู่ไม่ไกล
เจ้าของร่างเดิมเพิ่งเอ่ยถ้อยคำสองสามคำที่แฝงนัยลามก หญิงสาวก็ร้องเสียงดังว่า “ใครก็ได้!”
ชั่วพริบตา องครักษ์ร่างกำยำสี่คนก็พุ่งเข้ามาจับกุมเจ้าของร่างเดิมคาที่ แล้วส่งตัวไปศาลาว่าการอำเภอ เขาถูกตัดสินโทษในทันที
