บรรพชนกล่าวไว้ว่า เขาจะจัดการให้เฉินหนานข้ามเวลาในยามเหม่า วันที่สิบเอ็ดอย่างตรงเวลา
ยามเหม่าอยู่ระหว่างห้าถึงเจ็ดโมงเช้า ดังนั้นเวลาข้ามมิติน่าจะเป็นพรุ่งนี้ตอนตีห้า
หลายวันมานี้เฉินหนานติดต่อบรรพชนอยู่ตลอด ทว่าบรรพชนไม่เคยตอบกลับมาเลย
จนเฉินหนานเริ่มสงสัยแล้วว่าบรรพชนผู้นั้นมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่
แต่เมื่อนึกถึงมิติเสมือนขนาดมหึมาในสมอง เฉินหนานก็รู้สึกว่าตนกังวลเกินเหตุไปมาก
เขาหาทำเลสะอาดและราบเรียบแห่งหนึ่ง ก่อนนำบ้านตู้คอนเทนเนอร์ออกมา
บ้านตู้คอนเทนเนอร์หลังนี้มีไว้ให้เฉินหนานพักอาศัย เขาตกแต่งมันอย่างดี ภายในมีทั้งเตียง โซฟา โต๊ะคอมพิวเตอร์ และโต๊ะหนังสือ
เฉินหนานเล่นโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งก็เตรียมเข้านอน ก่อนนอนเขาตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนตีสี่ครึ่ง
ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะข้ามเวลาไปอย่างไร จะข้ามไปแค่วิญญาณหรือไปทั้งร่างกันแน่?
ถ้าข้ามไปแค่วิญญาณ แล้วร่างนี้ของฉันจะทำยังไง?
คิดไปคิดมา เฉินหนานก็ผล็อยหลับไป
คราวนี้เฉินหนานฝันเห็นบรรพชนผมเคราขาวผู้นั้นอีกครั้ง
“ท่านบรรพชน เหตุใดเพิ่งปรากฏตัวเอาป่านนี้ ข้าตามหาท่านมาตั้งหลายวันแล้ว”
บรรพชนเองก็จนใจ “วิถีบำเพ็ญของข้ายังไม่แก่กล้าพอ จะฝากฝันถึงเจ้าอยู่ตลอดไม่ได้ แล้วสิ่งของที่ให้เตรียมไว้ เตรียมไปถึงไหนแล้ว?”
พอพูดถึงเรื่องนี้ เฉินหนานก็มีความขุ่นเคืองเต็มอก
“ท่านบรรพชน ท่านให้ข้าเตรียมสิ่งของ แต่ก็ต้องให้เงินข้าด้วยสิ ไม่ให้เงินสักแดง ท่านรู้หรือไม่ว่าหลายวันมานี้ข้าผ่านอะไรมาบ้าง?”
