ทุกคนชะงักการกระทำ มองไปที่ประตู
หลินหร่านพิงกรอบประตู สวมชุดเดรสคอลเลคชั่นใหม่ของแบรนด์หรู ถือกระเป๋าถือรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น
ดูดีเลิศราวกับนางแบบที่เดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่น ก้าวเข้ามาในความรกรุงรังนี้
“คุณเป็นใคร”
ชายหัวโล้นขมวดคิ้วแน่น แต่เมื่อเห็นบุคลิกที่สง่างามของหลินหร่าน ก็ลดเสียงลงโดยไม่รู้ตัว
หลินหร่านไม่สนใจเขา เดินตรงเข้าไป รองเท้าส้นสูงเหยียบคราบน้ำบนพื้น มาหยุดอยู่ข้างลู่เฟิง
ยืนเคียงข้างเขา แต่ราวกับมีเกราะป้องกันที่มองไม่เห็น กั้นเธอออกจากความวุ่นวายและความยากจนภายในห้องนี้
เธอมองไปที่ชายหัวโล้นที่เป็นหัวหน้า น้ำเสียงสบายๆ แต่แฝงไว้ด้วยความสูงส่งที่ไม่อาจโต้แย้งได้ “เท่าไหร่”
“ห้าแสน... คุณจะจ่ายแทนพวกเขาหรือ” ชายคนนั้นถามเชิงหยั่งเชิง
หลินหร่านหัวเราะเบาๆ หยิบนามบัตรปั๊มทองจากกระเป๋าถือ คีบยื่นให้ด้วยสองนิ้ว
“พรุ่งนี้บ่ายสามโมง เอาสัญญากู้ตัวจริง มาที่ที่อยู่นี้ หาผู้ช่วยของฉัน”
“เงิน จะไม่ให้ขาดสักแดงเดียว ตอนนี้—” เธอหุบยิ้ม ดวงตาเฉียบคม “พาคนของคุณ ออกไป”
ชายคนนั้นรับนามบัตร มองดูตำแหน่งและชื่อบริษัท สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
คนทางหนี้อย่างพวกเขาที่คลุกคลีอยู่กับสังคมชั้นล่าง เก่งที่สุดในการดูคนเพื่อเอาตัวรอด ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนที่พวกเขาจะหาเรื่องได้
ชายหัวโล้นส่งสายตาให้ลูกน้องสองคน ทั้งสองรีบเก็บท่าทีที่พร้อมจะต่อสู้ทันที
“ได้ คุณหลินใช่ไหม พวกเราเชื่อคุณสักครั้ง พรุ่งนี้บ่ายสาม ถ้าไม่เห็นเงิน...” เขาทิ้งคำขู่ไว้ครึ่งประโยค ก่อนพาคนจากไปอย่างเจ็บใจ
ห้องนั่งเล่นแคบๆ เหลือเพียงเสียงหายใจหลังจากรอดตายและเสียงสะอื้นเบาๆ ของหลี่เฟิ่งหวา
