จี้สวินสวมชุดลำลองที่ราชวงศ์คาร์ลันจัดเตรียมไว้ให้สตรีในวัง เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายลินินสีขาวกับกางเกงขายาวสีน้ำตาลเข้ม แขนเสื้อพับขึ้นถึงท่อนแขน เผยให้เห็นข้อมือผอมบางและรอยแผลเป็นเก่าบนนั้น
ผมยาวถูกรวบลวก ๆ ไว้ด้านหลัง มีปอยผมสองสามเส้นระอยู่ข้างใบหู
เมื่อเทียบกับสภาพสะบักสะบอมในวิดีโอก่อนหน้าตอนถือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปท้าทายคนทั้งโลก ใบหน้าของเธอตอนนี้กลับมามีเลือดฝาดขึ้นบ้างแล้ว
แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงเดิม คมกริบราวคมมีด เธอจับจ้องจุดสีแดงบนหน้าจอ นิ้วเลื่อนขยายและย่อภาพบนแท็บเล็ต กำลังขยายหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครสนใจให้เห็นรายละเอียด
ตรงหน้าเธอมีถ้วยชาที่เย็นชืดไปนานแล้ว น้ำชาเข้มจนเกือบดำ
อาโลเดินมาหยุดยืนห่างจากเธอสามก้าว ประสานมือซ้ายทับมือขวา ค้อมตัวลงสี่สิบห้าองศา
เขาใช้ธรรมเนียมการคารวะระหว่างครูกับศิษย์แบบโบราณของหัวกั๋วที่ได้เรียนรู้มาจากนครเหนือ กล่าวเรียกด้วยภาษาหัวกั๋วสำเนียงท้องถิ่นอย่างเคารพว่า “ครูครับ”
จี้สวินไม่ได้หันกลับไปทันที เธอขยายรายละเอียดเฉพาะส่วนของหมู่บ้านเล็ก ๆ บนหน้าจอเพิ่มอีกเล็กน้อย ตรวจสอบสัญลักษณ์ภูมิประเทศและเส้นชั้นความสูงจนแน่ใจแล้ว จึงค่อยยืดตัวขึ้น
เธอหันมา ยกมือขวาขึ้น หงายฝ่ามือ แล้วผายมือเบา ๆ
“ไม่ต้องมากพิธี เข้ามา”
ท่าทางนี้ก็เหมือนกับท่าประสานมือคารวะของอาโล เป็นท่ามาตรฐานที่ผู้ใหญ่รุ่นเก่าในนครเหนือใช้กับคนรุ่นหลัง ดูสบาย ๆ แต่แฝงด้วยความสุขุมที่สั่งสมมาจากการผ่านเรื่องใหญ่ ๆ มานับไม่ถ้วน
เธอไม่ใช่ชาวคาร์ลัน ไม่ใช่ชาวพื้นเมืองในดินแดนไร้ผู้ปกครอง ทว่าท่วงท่าขณะยืนอยู่ในห้องสมุดเก่าแห่งนี้ กลับทำให้เธอดูเป็นเสาหลักที่แท้จริงของผืนแผ่นดินนี้ยิ่งกว่าใคร
อาโลเดินมาถึงโต๊ะ ยืนอยู่ข้างเธอ สายตาจับอยู่ที่จุดสีแดงพร่างพรายบนหน้าจอแท็บเล็ต
