หลินซิ่วใช้เวลาทั้งบ่ายอย่างใจลอย ทำอะไรก็ไม่มีสมาธิ
ในหัวของเธอมีแต่ถ้อยคำในสมุดเล่มนั้น
“โชคชะตาจะเอนเอียงเข้าข้างตัวเอกหญิงที่แท้จริง”
เธอเคี้ยวประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา ราวกับอมลูกกวาดไว้ในปาก หวานจนละลายไม่ลง
ปีนี้เธออายุสามสิบแล้ว
สามสิบปี เธอทำงานเป็นแม่บ้านในตระกูลลู่มาครึ่งปี ทุกวันตื่นแต่เช้าหลับดึก ถูพื้น ทำอาหาร ซักผ้า มือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยริ้วรอยเล็ก ๆ ที่เกิดจากน้ำยาล้างจาน
เธอไม่ได้เรียนหนังสือมามากนัก พอเรียนจบมัธยมปลายก็ออกมาทำงาน เคยเป็นเด็กเสิร์ฟ เคยทำงานแนะนำสินค้า ก่อนจะได้มาทำงานที่ตระกูลลู่จากการแนะนำของคนรู้จัก
ตระกูลลู่ให้ค่าจ้างไม่น้อย งานก็ไม่หนักมาก แต่เธอกลับรู้สึกอยู่เสมอว่าในใจว่างเปล่า ราวกับมีบางสิ่งอยู่ไกลออกไปในที่ที่เธอเอื้อมไม่ถึง
ตอนนี้เธอรู้แล้ว
สิ่งที่เธอเอื้อมไม่ถึง ที่แท้ก็คือการเป็นตัวเอกหญิงในนิยายเรื่องหนึ่ง
เธอยืนอยู่ในครัว กำสมุดเล่มนั้นไว้ในมือ แล้วเปิดอ่านอีกครั้ง
เธอเปิดอ่านมาหลายรอบแล้ว จนขอบกระดาษทุกหน้าขึ้นขุย
เธอถึงกับจำย่อหน้าสำคัญในนั้นได้ขึ้นใจ
“ตัวเอกชาย หลูเหยียน อายุยี่สิบ ผมสีขาว นิสัยเอาแต่ใจและดุดัน ภายนอกเย็นชา แต่ลึก ๆ แล้วโหยหาความเข้าใจ แสงจันทร์ขาว เสิ่นฮวา ติวเตอร์ส่วนตัว ปรากฏตัวหลังบทที่ยี่สิบแล้วเดินทางไปต่างประเทศ กลายเป็นความเสียดายชั่วนิรันดร์ในใจตัวเอกชาย”
“แม่บ้านหลินซิ่ว อายุสามสิบ หน้าตาคล้ายแสงจันทร์ขาวอยู่สามส่วน หลังตัวเอกชายเมามายก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแสงจันทร์ขาว ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน จากนั้นตัวเอกชายก็เริ่มพึ่งพาเธอ และสุดท้ายก็ตกหลุมรักเธอ”
หลินซิ่วมองคำว่า “สุดท้ายก็ตกหลุมรักเธอ” ใจเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
เธอปิดสมุด สูดหายใจลึก ๆ แล้วมองเงาสะท้อนของตัวเองในหน้าต่างห้องครัว ก่อนจะค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม
