หลายสิบปีต่อมา
เสิ่นฮวานอนอยู่ในห้องนอนที่บ้าน แสงแดดนอกหน้าต่างส่องผ่านม่านโปร่งเข้ามา ตกกระทบเส้นผมสีดอกเลาของเธอเป็นประกายอ่อนโยน
ตอนนี้เธออายุแปดสิบกว่าแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา
แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงใสสะอาด ราวกับมีแสงอ่อนโยนเอ่ออยู่ภายใน
หลูเหยียนนั่งอยู่ข้างเตียง กุมมือเธอไว้
เขาเองก็แก่แล้ว หลังค่อมลงเล็กน้อย ทว่าแววตาที่มองเธอยังคงอ่อนโยนจนแทบหยาดหยด ราวกับเมื่อครั้งที่ทั้งคู่ยังหนุ่มสาว
“ฮวาฮวา” เสียงของเขาแหบพร่า สั่นเล็กน้อย “หนาวไหม”
เสิ่นฮวาส่ายหน้าเบา ๆ มุมปากยกขึ้นนิดหนึ่ง “ไม่หนาว”
เธอรู้ว่าเวลาของตัวเองเหลือไม่มากแล้ว
หลายวันมานี้ เธอมักฝันถึงเรื่องราวสมัยยังสาว ฝันถึงตอนที่พวกเขาพบกันครั้งแรก ตอนที่เขาจูงมือเธออยู่ริมทะเล
ฝันถึงวันแต่งงานของพวกเขา ตอนที่เขาตาแดงก่ำและพูดว่า “ฉันจะรักเธอไปชั่วชีวิต”
เขาทำได้จริง ๆ
เขารักเธอไปชั่วชีวิตจริง ๆ
ส่วนเธอก็ค่อย ๆ ตกหลุมรักเขา ท่ามกลางความอ่อนโยนที่เขามอบให้ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเทียบกับความรักที่เขามีต่อเธอไม่ได้
เธอยกมือขึ้น ลูบใบหน้าเขาเบา ๆ “ชาตินี้ ฉันมีความสุขมาก”
น้ำตาของหลูเหยียนไหลลงมา หยดลงบนหลังมือของเธอ “ฉันก็เหมือนกัน”
“ชาติหน้า” เสิ่นฮวาพูดเสียงแผ่ว “เราจะได้พบกันอีกไหม”
“ได้พบแน่” หลูเหยียนกุมมือเธอแน่นขึ้น น้ำเสียงสะอื้นติดขัด “ชาติหน้า ฉันจะตามหาเธอให้เจออีกแน่นอน”
เขาจะอยู่กับเธอไปทุกภพทุกชาติ
เสิ่นฮวายกมุมปากขึ้น รอยยิ้มบางเบา ราวกับกลีบดอกไม้กลีบสุดท้ายในวันวสันต์ร่วงหล่นลงมา
“งั้นตกลงกันแล้วนะ เจอกันชาติหน้า”
พูดจบ เธอก็ค่อย ๆ หลับตาลง
มือของเธอเลื่อนหลุดจากฝ่ามือหลูเหยียน ลมหายใจค่อย ๆ หยุดลง ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
