ฉินจิ่วเวยวางมือลงบนตำแหน่งหน้าอกของเขา สัมผัสได้ถึงเสื้อเกราะโซ่ที่แข็งทื่อดังคาด
นางก็วางใจได้ทันใด
สวมไว้ก็ดีแล้ว สวมไว้ก็ดีแล้ว
นางรู้ว่าเซี่ยเยี่ยนหลี่มิได้เชื่อถือนางในยามนี้
เพราะฉีอ๋องยังมิได้แสดงท่าทีคิดการกบฏแต่อย่างใด ภายนอกเป็นเพียงอ๋องที่อยู่อย่างสันโดษไม่แยแสกิจการแผ่นดินมาตลอด
แต่หลังจากวันนี้ไป เซี่ยเยี่ยนหลี่ก็จะรู้ว่า…ฉีอ๋องนั่นแหละคือผู้ที่มีจิตใจดุร้ายทะเยอทะยานอย่างแท้จริง
เซี่ยเยี่ยนหลี่หลุบตาลง มองไปยังตำแหน่งหน้าอกตน ซึ่งมือเล็กของฉินจิ่วเวยกำลังวางอยู่ตรงนั้น
วันนี้เขาสวมเสื้อคลุมนอกสีเขียวไผ่ มือของฉินจิ่วเวยก็ขาวเนียนอ่อนนุ่มอยู่แล้ว เมื่อถูกขับเน้นด้วยสีเช่นนี้ก็ยิ่งดูขาวละเอียดดุจหยก
ด้วยเสื้อเกราะโซ่ที่กั้นอยู่ ฉินจิ่วเวยมิได้สัมผัสโดนสิ่งใด
ทว่าเซี่ยเยี่ยนหลี่กลับรู้สึกได้ถึงสัมผัสนั้นอย่างเลือนราง ปลายหูอดแดงเรื่อขึ้นมามิได้
แต่มิทันไร หลังจากคลำพบเสื้อเกราะโซ่ มือน้อยของฉินจิ่วเวยก็ผละออกไป
เวลานี้เซี่ยจิงชุนก็พาเซี่ยเจวี๋ยเดินเข้ามาเช่นกัน
เซี่ยจิ่งมีเรียนแต่เช้า จึงนั่งรถม้าออกจากจวนไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง
เซี่ยเจวี๋ยในตอนนี้ยังอู้อยู่ มิยอมไปเรียนที่เรือนหน้า
เมื่อเห็นฉินจิ่วเวยก็วิ่งพรวดเข้ามาหานางทันใด
"ท่านแม่ อรุณสวัสดิ์ขอรับ!" เซี่ยเจวี๋ยแหงนใบหน้าน้อยขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาออดอ้อน
