เซี่ยเจวี๋ยเข้าไปใกล้ท่านยายทวดเซี่ย น้ำเสียงอ้อแอ้ ยังเจือเสียงสะอื้น
“ท่านยายทวดฟื้นแล้วในที่สุด เมื่อครู่ข้าตกใจแทบแย่ แงๆ...”
ท่านยายทวดเซี่ยแย้มยิ้มอ่อนโยนแก่เซี่ยเจวี๋ย “วางใจเถิดๆ ท่านยายทวดไม่เป็นไร”
นางนวดคลึงขมับเบาๆ สติในสมองค่อยหวนคืน
ปากก็พึมพำโดยไม่รู้ตัว “ข้าถึงกับวูบอีกแล้ว...”
ปีก่อน นางก็เคยวูบครั้งหนึ่ง ทั้งจวนโหวตื่นตระหนกกันใหญ่
เซี่ยเยี่ยนหลี่ยามวิกาลก็รีบไปเชิญจางเยวี่ยนพั้นจากวังหลวงมาตรวจรักษาให้นาง
ปฐมพยาบาลทั้งคืนถึงฟื้นตื่น หลังจากนั้นหลายวันก็มึนศีรษะมึนงง
แต่ครานี้กลับฟื้นเร็วเพียงนี้
แล้วหลังฟื้นก็มิได้ทรมานเหมือนคราก่อน
เวลาเดียวกัน ท่านโหวเซี่ยกับเซี่ยเยี่ยนหลี่ก็สังเกตได้
ครานี้ท่านยายทวดเซี่ยวูบ ไม่เพียงฟื้นเร็วกว่าคราก่อน ทั้งสภาพยังดีกว่าคราก่อนมาก
คาดไม่ถึงว่าท่านหมอหนุ่มนิรนามที่ฉินจิ่วเวยเชิญมา
วิชาแพทย์จะโดดเด่นถึงเพียงนี้! กลับดีกว่าที่จางเยวี่ยนพั้นแห่งโรงหมอหลวงรักษาเสียอีก!
ท่านยายทวดเซี่ยยิ้มเมตตาเอ่ย “ท่านหมอหลิน ขอบคุณเจ้ายิ่งนัก ครานี้หากไม่มีเจ้าอยู่ ยายแก่คงสิ้นลมไปแล้ว”
หลินอันก้มกายทันใด “ท่านยายทวดกล่าวเกินไปแล้ว”
“ความจริงอาการป่วยของท่านหาได้ร้ายแรงไม่ อีกครู่ข้าจะเขียนตำรับยาอีกสองสามขนาน ท่านรักษาตามขนาน คาดว่าคงหายดีในไม่ช้า ภายภาคหน้าจะไม่วูบเฉียบพลันเช่นนี้อีกแล้ว”
