ฉินจิ่วเวยรู้สึกว่าคำถามของเซี่ยเยี่ยนหลี่ช่างไร้เหตุผล แต่นางก็ยังตอบตามจริง
“อาจารย์จงเป็นอาจารย์ที่ดีและมีความรับผิดชอบยิ่ง”
เซี่ยเยี่ยนหลี่แววตาดำมืด มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น
แน่แท้ เป็นเพียงอาจารย์ผู้หนึ่งเท่านั้น
ฉินจิ่วเวยยื่นมือไปหยิบท้อจากโต๊ะ ยังไม่ทันได้กิน ในใจก็อดคิดถึงเรื่องงานชุมนุมกวีที่จวนฉีอ๋องไม่ได้
นางเงยหน้าขึ้น “หากท่านสวามีตัดสินใจไปงานชุมนุมกวีที่จวนฉีอ๋อง…”
ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ เซี่ยเจวี๋ยก็รีบร้อนเอ่ยว่า “งานชุมนุมกวีอันใด ข้าก็อยากไปบ้าง~”
อยู่ในจวนโหวทุกวัน อึดอัดไปก็จะกลายเป็นเต่าตัวใหญ่แล้ว!
ฉินจิ่วเวยยังคิดหาคำตอบอยู่ เสียงรายงานขององครักษ์หน้าประตูก็ดังขึ้น
“คุณชายชุน คุณชายจิ่ง”
เสียงเพิ่งสิ้นสุด ร่างสูงโปร่งสองร่างก็เดินเข้ามา
เซี่ยจิงชุนฝึกวรยุทธ์มาแต่กำเนิด รูปร่างแข็งแรง ตัวสูงมากแล้ว
เซี่ยจิ่งอ่อนกว่าเขาหลายปี สูงเพียงไหล่ของชุนเกอร์ แต่ก็สูงโปร่ง
เด็กทั้งสองเดินเคียงกันมาเช่นนี้ กิริยาท่าทางก็สง่างามเช่นกัน ราวกับต้นหยางน้อยสองต้น
“คารวะท่านพ่อ คารวะท่านแม่”
เซี่ยเยี่ยนหลี่เห็นบุตรทั้งสองของตนโดดเด่นปราดเปรียวเช่นนี้ สีหน้าก็อ่อนโยนขึ้นหลายส่วน พยักหน้าเล็กน้อย
