วันแต่งงาน ฟ้ายังไม่ทันสาง หนานสวี่ก็ถูกหลานเอ๋อร์ลากออกมาจากผ้าห่ม
“องค์หญิง วันนี้ทรงเข้าพิธีอภิเษกแล้วนะเพคะ จะมัวแต่บรรทมต่อไม่ได้!”
หนานสวี่หลับตาปล่อยให้พวกนางจับแต่งตัว อาบน้ำ ขัดหน้า แต่งหน้า หวีผม กว่าจะผ่านขั้นตอนทั้งหมด นางก็ง่วงจนศีรษะผงกขึ้นลง กระทั่งแม่สื่อวางมงกุฎหงส์ลงบนศีรษะ น้ำหนักอันหนักอึ้งจึงทำให้นางตื่นเต็มตา
มงกุฎหงส์เป็นผลงานเร่งทำจากสำนักกิจการในวัง หล่อจากทองคำบริสุทธิ์ถักลาย ประดับไข่มุกบูรพาเก้าเม็ด ม่านไข่มุกที่ห้อยลงมาแกว่งไกวส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง
ชุดเจ้าสาวเป็นอาภรณ์หงส์สีแดงสด งดงามอลังการยิ่งกว่าชุดราชพิธีขององค์หญิงเสียอีก แขนเสื้อกว้างลากพื้น ชายกระโปรงปักหงส์ด้วยดิ้นทองจนดูราวกับกำลังสยายปีกทะยาน ทุกฝีเข็มล้วนเป็นผลงานที่ช่างปักอดหลับอดนอนถึงสามวันสามคืน
หนานสวี่มองกระจกทองแดงอยู่นาน ลูบมงกุฎหงส์ แล้วก็ลูบชุดเจ้าสาว ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้
“ในที่สุดข้าก็ได้แต่งจี้กวนหลานเข้าจวนเสียที”
หลานเอ๋อร์ได้ยินแล้วก็หลุดหัวเราะพรืด
จวนไท่ฟู่เวลานี้วุ่นวายจนแทบพลิกฟ้าคว่ำดิน
นับแต่ได้รับราชโองการ มารดาของจี้กวนหลานก็เริ่มกระวนกระวาย ทั้งยังให้คนเช็ดถูทั่วทั้งจวนถึงสามรอบ แม้แต่ซอกฟันของสิงโตหินหน้าประตูก็ยังให้คนใช้แปรงขัดจนสะอาดเอี่ยม
บิดาของจี้กวนหลานนั่งอยู่ในโถงใหญ่ มือกำบัญชีของหมั้นไว้ ตรวจทานซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอตรวจถึงรอบที่สาม มือก็เริ่มสั่น
“จี้เหิง!”
จี้เหิงวิ่งมาจากปลายระเบียง มือกอดผ้าแพรแดงกองหนึ่งไว้ วิ่งจนเหงื่อท่วมศีรษะ
“ท่านพ่อ มีอะไรหรือ?”
“ของหมั้นที่เขียนไว้ในบัญชีนี้น้อยไปหรือไม่? ฝ่าบาททรงมอบองค์หญิงให้แต่งกับเรา จวนไท่ฟู่จะจัดงานให้ขัดตาไม่ได้ เจ้าไปตรวจดูอีกที ในคลังมีอะไรเพิ่มได้ก็เพิ่มเข้าไป”
