กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา บนโต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยเมนูต่าง ๆ
ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานสีแดงมันวาว ปลาเปรี้ยวมีไอร้อนลอยกรุ่น ไข่ผัดมะเขือเทศสีแดงเหลืองสลับกัน ส่วนซุปซี่โครงหมูข้าวโพดยังคงเดือดปุด ๆ อยู่ในหม้อดิน
หนานสวี่มองอาหารตรงหน้าตาละห้อย
หลินเย่เชินถือข้าวชามสุดท้ายเดินเข้ามา พอเห็นสีหน้าของเธอ ลูกกระเดือกก็ขยับเล็กน้อย ก่อนจะวางชามข้าวลงตรงหน้าเธอ
“กิน”
หนานสวี่หยิบตะเกียบขึ้นมา คีบซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานชิ้นหนึ่งกัดเข้าไป ดวงตาพลันสว่างวาบ
“อร่อย!”
ยังเป็นรสชาติเดิมเหมือนเมื่อก่อน
เธอจำได้ว่าเธอได้กินเมนูนี้ในเดือนที่สามหลังจากเริ่มตามจีบเขา
ตอนนั้นเธอหน้าด้านหน้าทนยืนกรานจะไปบ้านเขา บอกว่าอยากกินอาหารฝีมือเขา เขาทำหน้าเคร่งขรึมบอกว่าทำไม่เป็น แต่สุดท้ายซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานที่ยกออกมาก็อร่อยจนเธอแทบกลืนลิ้นตัวเอง
เธอถามเขาว่า ไหนบอกว่าทำไม่เป็นไง
เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ฝึกเองจนเป็น”
ภายหลังเธอถึงได้รู้จากหลินสือเหทียนว่า เพื่อทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานจานนี้ให้ได้ เขาฝึกอยู่ในครัวเต็มหนึ่งสัปดาห์ ทำให้หลินสือเหทียนต้องกินของที่ทำพลาดไปไม่รู้ตั้งเท่าไร กว่าจะทำออกมาได้รสชาติที่เธอชอบ
ซี่โครงหมูต้องทอดจนกรอบ น้ำปรุงเปรี้ยวหวานต้องมีรสพอดี เธอไม่ชอบหวานมาก จึงต้องใส่น้ำตาลให้น้อยลงครึ่งช้อน แล้วเพิ่มน้ำส้มสายชูอีกนิดหน่อย
“ไม่ถูกปากหรือ”
หนานสวี่ส่ายหน้า “เปล่า อร่อยมาก”
หลินเย่เชินไม่ได้พูดอะไรต่อ คีบเนื้อปลาหนึ่งชิ้นใส่ลงในชามของเธอ
หนานสวี่กินเนื้อปลาชิ้นนั้น แล้วเงยหน้ามองเขา
ท่าทางตอนกินข้าวของเขาเชื่องช้า ราวกับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
