จี้กวนหลานหายใจติดขัดขึ้นมาทันที
ในความฝัน นางไม่เคยกัดเขา
ในความฝัน นางมักยิ้มอยู่เสมอ ยืนห่างออกไป หรือไม่ก็มุดอยู่ในอ้อมแขนของเขา เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ไม่เคยร้อนแรงถึงเพียงนี้ สมจริงถึงเพียงนี้ และรุกเร้าจนกดเขาลงไปลึกถึงฟูกบนเตียงเช่นนี้มาก่อน
เขาครางอู้อี้ ก่อนจะเผลอครอบครองริมฝีปากนาง พลิกตัวกดนางลงบนฟูกนุ่ม แล้วก้มลงกัดกระดูกไหปลาร้าของนางเต็มแรง
ทันทีที่ปลายฟันสัมผัสผิวเนื้อละเอียดอ่อน ทั้งสองก็สะท้านไปพร้อมกัน
จี้กวนหลานแข็งค้างไปทั้งร่าง ฟันยังคงฝังแผ่วเบาอยู่บนกระดูกไหปลาร้าของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวราวกับกำลังแผดเผาพ่นรดซอกคอนาง
สามปีแล้ว
สามปีที่ไม่ได้แตะต้องกัน
แม้แต่ในความฝัน เขาก็ยังไม่กล้าฝันให้สมจริงถึงเพียงนี้
หนานสวี่ถูกเขากัดจนร่างกายซีกหนึ่งอ่อนระทวย เงยคอครางออกมา
“จี้กวนหลาน...”
เสียงเรียกนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง สายพิณเส้นหนึ่งในหัวจี้กวนหลานพลันขาดผึง
เขาพยุงตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก้มมองคนที่อยู่ใต้ร่าง
ผมของหนานสวี่แผ่กระจายเต็มหมอน สายรัดชุดนอนคลายออกตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ เผยให้เห็นไหล่ขาวผ่องเป็นบริเวณกว้าง กับรอยฟันจาง ๆ เป็นวงเล็ก ๆ ที่เขาเพิ่งทิ้งไว้
แก้มนางแดงระเรื่อ ริมฝีปากบวมช้ำเล็กน้อย ดวงตาพราวระยับชุ่มวาว นางเงยหน้ามองเขา ขณะที่อกยังหอบสะท้านถี่
รูม่านตาของจี้กวนหลานหดเล็กลง
นี่ไม่ใช่ความฝัน
เขาพลิกตัวลงจากเตียงทันที น้ำเสียงเจือความลนลานที่ยากจะข่มไว้
“กระหม่อมเสียมารยาท... กระหม่อม...”
ยังกล่าวไม่ทันจบ หนานสวี่ก็พลิกตัวขึ้นคร่อมเขา
นางนั่งคร่อมอยู่บนเอวเขา ปลายนิ้วเกี่ยวสายรัดชุดนอนของตนแล้วกระตุกเบา ๆ
