“เปลี่ยนเครื่องนอนเป็นผ้าไหมให้นาง ผ้าคลุมเตียงใช้ผ้ากิมโพ้นทอ นางกลัวหนาว ข้างในยัดนุ่นสามชั้น หมอนก็เปลี่ยน นางนอนหมอนแข็งไม่ชิน เอาหมอนหยกคู่นั้นในห้องคลังเปลี่ยนเป็นหมอนนุ่ม ไส้หมอนใช้ขนห่าน”
บ่าวปีศาจชะงัก “หมอนหยกคู่นั้นเป็นหยกอุ่นพันปีที่ทะเลเหนือนำมาถวายนะขอรับ...”
“เปลี่ยน”
บ่าวปีศาจรีบก้มหน้า “ขอรับ”
“อีกอย่าง จุดไฟอุ่นใต้พื้นทางหอตะวันตกด้วย นางขี้หนาว กลางคืนมือเท้าเย็นง่าย เปลี่ยนม่านหน้าต่างเป็นผ้าไหมเงือก โปร่งถ่ายเทอากาศแต่กันลมได้ เมื่อก่อนตอนอยู่ป่าดอกท้อน้อย นางชอบนอนคว่ำริมหน้าต่างดูดอกบัว ตอนนี้ดอกบัวนอกหน้าต่างกำลังบานสวย อย่าให้นางหนาว”
บ่าวปีศาจจดทุกข้อ หน้าผากเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาแล้ว
ท่านมังกรเจ้าไม่ได้กำชับเรื่องใดละเอียดเช่นนี้มาสามพันปีแล้ว ท่าทางราวกับกำลังเตรียมสินเดิมให้ปีศาจดอกท้อตนนั้น
“กระโปรงตัวนั้นของนางซักจนสีซีดแล้ว ไปเอาผ้ากิมโพ้นสีดอกท้อชุดนั้นในห้องคลังมา ตัดเสื้อผ้าใหม่ให้นางสักหลายชุด กิมโพ้นรู้ขนาดตัว ถามนางก็พอ”
ปีศาจดอกท้อตัวน้อยคนนั้นไม่สูงขึ้นสักนิด ยังคงผอมบางตัวเล็ก เอวคอดจนเขาใช้มือข้างเดียวก็โอบรอบได้หมด แค่พัวพันกันสองครั้งก็ร้องไห้บอกว่าทนไม่ไหว
บ่าวปีศาจ “...ขอรับ”
“เตรียมน้ำร้อนอาบไว้ทุกวัน นางชอบแช่น้ำท่ามกลางกลีบดอกไม้ ถ้าต้นท้อเก่าในลานหอตะวันตกออกดอกก็เด็ดดอกสดมา ถ้ายังไม่ออกดอกก็ไปเอาดอกไม้แห้งในห้องคลังมาใช้แทน เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทุกวัน นางไม่ชินกับการใส่ชุดที่ค้างคืน”
