หนานสวี่หลับอย่างสะลึมสะลือ แว่วเสียงใครบางคนเรียกชื่อตัวเอง
เสียงนั้นดังลอดผ่านผนึกมา แฝงความร้อนใจและขุ่นเคืองอยู่หลายส่วน
“หนานสวี่! หนานสวี่! ตื่นได้แล้ว! คุณหนูเอ๊ย ถูกท่านมังกรเจ้าขังจนสมองเพี้ยนไปแล้วหรือไง!”
นางขยี้ตาแล้วพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง นอกหน้าต่างฟ้าเพิ่งเริ่มสาง ผิวน้ำมีหมอกบางลอยคลออยู่ บนบันไดหินด้านนอกผนึกมีหญิงสาวในชุดกระโปรงสีเหลืองห่านยืนอยู่ มือประคองกล่องผ้าปักขนาดเท่ากล่องเครื่องประทินโฉม กำลังกระทืบเท้าตะโกนเรียกนาง
หนานสวี่ชะงักไปสองวินาที ดวงตาพลันเป็นประกายขึ้นมา
“พี่กิมโพ้น!”
กิมโพ้นเป็นถึงเทพเข็มแห่งแดนปีศาจ ปกติแล้วเป็นคนสุขุมอดทน ทว่าคืนนี้นางนอนพลิกไปพลิกมาไม่หลับ พอฟ้ายังไม่ทันสางก็หอบเสื้อผ้าที่ตัดเย็บตลอดทั้งคืนบุกมาถึงหอตะวันตก
แต่ผนึกขวางไว้จนเข้าไปไม่ได้ นางวนอยู่สามรอบ ตะโกนตั้งแต่ริมทะเลสาบไปจนถึงใต้ระเบียง ในที่สุดก็ปลุกเจ้าดอกท้อขี้เซาให้ตื่นได้
“ไม่ต้องมาเรียกพี่! รีบออกมาให้ข้าดูหน่อย! ผอมลงไหม? คล้ำลงหรือเปล่า? แขนขาขาดหายไปบ้างไหม?”
หนานสวี่ห่มผ้าห่มกลิ้งไปข้างเตียง โบกมือให้กิมโพ้นที่อยู่นอกหน้าต่างอย่างแรง
“ออกไปไม่ได้! ผนึกขวางอยู่นี่! เขาขังข้าไว้ตั้งแต่เช้า ขนาดประตูก็ยังผลักไม่ออก ไม่เชื่อก็ลองดูสิ!”
พูดแล้วนางก็ยื่นมือไปผลักประตู ประตูนิ่งสนิทไม่ขยับแม้แต่น้อย พอปลายนิ้วแตะบานประตู ก็มีแสงไหลวาบสะท้อนกลับมา
กิมโพ้น “...”
นางวางกล่องผ้าปักลงบนบันไดหิน ถกแขนเสื้อขึ้น แล้วหันหลังมุ่งตรงไปทางท้องพระโรงหลัก
“เจ้ารออยู่นี่ ข้าจะไปหาเขาเอง!”
