คนที่สอง โจวอี้เฟย
“โจวอี้เฟย อายุยี่สิบหก นักแสดง โสด แฟนในอุดมคติหรือครับ? ไม่มี”
สีหน้าของหลินเฉี่ยวเฉี่ยวแข็งค้างไปชั่วขณะ
【ให้ตายสิ เท่ชะมัด ฉันชอบ】
【คำว่า “ไม่มี” สองพยางค์นี่ทำฉันใจละลายเลย】
【โจวอี้เฟย: ผมไม่สนใจเรื่องความรัก】
ผู้กำกับรีบช่วยคลี่คลายสถานการณ์ “เอาล่ะ คนต่อไปครับ”
ฟางเหยาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามและเป็นธรรมชาติ “ฉันชื่อฟางเหยา อายุสามสิบปี เป็นนักร้อง โสดมาสองปีแล้วค่ะ ส่วนแฟนในอุดมคติเหรอคะ… หวังว่าจะได้เจอคนจริงใจสักคน ไม่จำเป็นต้องเก่งกาจอะไร ขอแค่จริงใจก็พอค่ะ”
【พี่ฟางเหยามองโลกทะลุปรุโปร่งจริง ๆ】
【พี่คะ มองมาทางนี้สิ! ฉันจริงใจนะ!】
【อายุสามสิบแล้วยังมาเข้าร่วมรายการหาคู่อีกเหรอ】
【สามสิบแล้วทำไมล่ะ ยังสวยอยู่เลย】
คนที่สามคือเจียงเฉิน ตอนลุกขึ้นเขาก็ขยับเก้าอี้ให้เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ “เจียงเฉิน อายุยี่สิบแปด นักแสดง โสดมาตั้งแต่เกิดยี่สิบแปดปีเต็ม ขอบคุณทุกคนครับ”
【ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า โสดมาตั้งแต่เกิด!】
【เจียงเฉิน: ผมลำบากเหมือนกันนะ】
【รายละเอียดตอนเขาขยับเก้าอี้นี่มีมารยาทจริง ๆ】
“แฟนในอุดมคติเหรอครับ?” เจียงเฉินเกาหัว “แค่ไม่รำคาญผมก็พอ ผมพูดเยอะครับ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วห้องอีกครั้ง
【จริงเกินไปแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า】
【เจียงเฉิน: ผมพูดเยอะก็จริง แต่ผมเป็นคนดี】
【หนุ่มสดใสช่างพูดแบบนี้ ขอสิบคนเลย】
ต่อไปเป็นรอบของคนธรรมดา
หลินเซี่ยวดันแว่นแล้วลุกขึ้นยืน “สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อหลินเซี่ยว อายุยี่สิบหกปี เป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์ สถานะความรัก… เพิ่งเลิกกันมาได้สามเดือนครับ ส่วนแฟนในอุดมคติ ผมหวังว่าจะได้คนอ่อนโยน เอาใจใส่ และเข้าใจงานของผมครับ”
【มาตรฐานหาคู่ของมนุษย์เงินเดือนตามตำราเลย】
【หนุ่มแว่นดูจริงใจอยู่เหมือนกันนะ】
【เพิ่งเลิกกันสามเดือนก็มาออกรายการหาคู่แล้ว อืมมม】
