มหรสพยุติลง นักปราชญ์หนุ่มถูกทหารวังลากตัวออกไป ตอนนั้นเขายังตัวสั่นไม่หยุด หนานสวี่คร้านจะเหลือบมองอีกสักครั้งด้วยซ้ำ
เกี้ยวหลวงเคลื่อนผ่านประตูวังเข้ามาตลอดทาง ก่อนเปลี่ยนเป็นเกี้ยวหาม มุ่งไปยังตำหนักชั้นในตามทางเดินหินหยกขาว
เมื่อมาถึงหน้าตำหนักฉางเล่อ เกี้ยวหามก็หยุดลง ม่านเกี้ยวถูกเลิกขึ้น มือของจี้กวนหลานก็ยื่นมาตรงหน้าแล้ว
มือของบุรุษมีข้อนิ้วชัดเจน เขายื่นมือค้างไว้อย่างเงียบงัน รอให้นางวางมือลงไป
หนานสวี่จ้องมือนั้นอยู่สองอึดใจ มุมปากโค้งขึ้น ก่อนวางมือตนลงไป
ในชั่วขณะที่ฝ่ามือแนบชิดกัน ทั้งสองพลันชะงักไปพร้อมกัน
ลูกกระเดือกของจี้กวนหลานขยับขึ้นลงเล็กน้อย ทว่าสีหน้ายังคงเย็นชาเฉยเมยดังเดิม
สามปีแล้ว
มือคู่นี้เคยลูบไล้เอวเขา เคยกระชากคอเสื้อเขาให้ขึ้นไปบนเตียง และเคยทิ้งรอยนิ้วจาง ๆ ไว้บนแผ่นหลังของเขาทีละรอย
ในค่ำคืนดึกสงัดนับครั้งไม่ถ้วน เขาเคยกำฝ่ามือว่างเปล่าแน่น พลางหวนรำลึกถึงไออุ่นเพียงน้อยนิดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และตอนนี้ นางก็กลับมาอีกครั้งแล้ว
หนานสวี่ลงมายืนอย่างมั่นคง แล้วฉวยจังหวะดึงมือกลับ ปลายนิ้วเกี่ยวฝ่ามือเขาแผ่วเบาราวกับมีราวกับไม่มี ก่อนจะปล่อยมือออกจนหมด
จี้กวนหลานก้มตาลง ชักมือกลับไปซ่อนไว้ในแขนเสื้อแล้วกำแน่นเป็นหมัด
“ฝ่าบาทมีรับสั่งให้จัดงานเลี้ยงต้อนรับองค์หญิงในคืนนี้ องค์หญิงเสด็จมาไกลคงเหน็ดเหนื่อยมาก โปรดเสด็จกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักฉางเล่อก่อนเถิด”
หนานสวี่ส่งเสียงอือเบา ๆ แล้วเงยหน้ามองเขา
รอบข้างมีทั้งนางกำนัลและขันที ล้วนเป็นคนของนางทั้งสิ้น
นางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปลายเท้าแทบชิดปลายรองเท้าของเขา จากนั้นก็ยื่นนิ้วไปเกี่ยวตะขอเข็มขัดหยกขาวตรงเอวเขาเบา ๆ
