บนถนนในเมืองหลวง ทหารเกราะทองสองแถวถือทวนยืนเรียงราย ขวางชาวบ้านที่มามุงดูจนแน่นหนา
“ได้ยินหรือยัง องค์หญิงเจาหยางเสด็จไปวัดหลิงอิ้นเพื่อสวดขอพร ไปคราวนี้ก็สามปีเต็ม!”
“นั่นสิ วันนี้ในที่สุดก็เสด็จกลับมาแล้ว ได้ยินว่าขบวนเสด็จยิ่งใหญ่เอาการ...”
“โฉมขององค์หญิงเจาหยางนั้นงามล่มเมืองจริง ๆ! เมื่อเทศกาลโคมไฟปีก่อน ข้าเคยเห็นพระพักตร์อยู่ไกล ๆ แวบหนึ่ง จุ๊ ๆ วิญญาณแทบถูกดึงออกจากร่างแน่ะ”
คุณชายหนุ่มหลายคนที่อยู่ข้าง ๆ หูผึ่งขึ้นมาแทบจะทันที อยากยื่นหัวเข้าไปกลางถนนเสียให้ได้
ขณะที่กำลังพูดกัน เสียงกระดิ่งจากขบวนเสด็จก็ดังมาจากที่ไกล ๆ
เกี้ยวสีชาดแบบแปดคนหามเคลื่อนเข้ามาอย่างช้า ๆ บนยอดเกี้ยวห้อยพู่ไหมทอง มุมทั้งสี่แขวนกระดิ่งเงินเล็ก ๆ ทุกครั้งที่ขยับก็ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง
ม่านเกี้ยวทำจากผ้าโปร่งลายควันชั้นเลิศ บางจนแสงลอดผ่าน แต่กลับพร่ามัวจนมองเห็นเพียงเงาร่างอ้อนแอ้นด้านในที่เอนกายพิงหมอนนุ่ม เอวบางคอดรอบมือ มวยผมเมฆาปล่อยหลวม ๆ แม้แต่เงายังชวนให้รู้สึกถึงความเกียจคร้านสามส่วนและความออดอ้อนเจ็ดส่วน
ชาวบ้านพลันแตกตื่น บ้างเบียดไปข้างหน้า บ้างเขย่งปลายเท้า บ้างผลักกันไปมาจนเสียงดังอึกทึก ราวกับหม้อเดือดพล่าน
“เห็นแล้ว ๆ! รูปร่างนั่น...โอ้สวรรค์...”
“องค์หญิงทรงสวดขอพรสามปี กลับงามกว่าเมื่อก่อนขึ้นอีกสามส่วนเสียแล้ว!”
ภายในเกี้ยว หนานสวี่เท้าคาง มองผ่านผ้าโปร่งไปยังฝูงศีรษะดำทะมึนด้านนอก ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
สามปีแล้ว
เธอกลับมาอีกครั้ง
ครั้งก่อนที่มาถึงโลกใบนี้ ภารกิจที่เธอรับคือพิชิตใจไท่ฟู่แห่งราชสำนัก จี้กวนหลาน
