หนานสวี่เห็นเขาไม่พูดไม่จา ก็ไม่ได้ขุ่นเคือง
ในความมืดสลัวมองสีหน้าไม่ชัด ทว่าจุมพิตเมื่อครู่หลอกกันไม่ได้
ตอนนางกระชากคอเสื้อเขา ร่างทั้งร่างของเขาแข็งทื่อ ลมหายใจปั่นป่วนจนผิดปกติ มือที่ยันอยู่ข้างหูนางเส้นเลือดปูดขึ้นมา แต่กลับยังฝืนทำเป็นไม่ไหวติง
จุ๊ ๆ น่าสนุกดีแฮะ
หนานสวี่เลียมุมปาก ยังมีรสชาหอมกรุ่นของเขาติดอยู่
นางขยับเข้าไปใกล้อีกครึ่งก้าว ปลายเท้าแตะปลายรองเท้าบูตของเขา ก่อนเงยหน้าถามอย่างไม่อ้อมค้อม
“จี้กวนหลาน จะทำหรือไม่?”
ภายในภูเขาจำลองเงียบงันไปชั่วขณะ
จากนั้นหนานสวี่ก็ได้ยินเสียงตุบเบา ๆ จี้กวนหลานคุกเข่าลงแล้ว
เข่าทั้งสองข้างแตะพื้นศิลาสีเขียวที่เย็นชื้น เสื้อคลุมสีขาวแผ่คลุมพื้นเป็นวง เขาก้มศีรษะ แผ่นหลังเหยียดตรง ท่วงท่าสุภาพนอบน้อม
หนานสวี่ชะงักงัน “...ท่านคุกเข่าทำไม?”
“กระหม่อมเสียกิริยา”
“องค์หญิงทรงเป็นนาย กระหม่อมเป็นบ่าว นายบ่าวย่อมมีลำดับพิธีการมิอาจละทิ้ง เมื่อครู่นี้ภายในภูเขาจำลอง กระหม่อมล่วงเกินองค์หญิง ขอองค์หญิงโปรดลงโทษ”
หนานสวี่จ้องท่าทางเคร่งขรึมเป็นระเบียบของเขาที่คุกเข่าอยู่ ลมหายใจแทบสะดุด
ล่วงเกินอะไรกัน?
เห็นชัด ๆ ว่านางเป็นฝ่ายกระชากเขาเอง
นางย่อตัวลง ใช้มือบีบคางเขา บังคับให้เงยหน้าขึ้น
ในความมืดมองเห็นดวงตาคู่นั้นของเขาได้ราง ๆ หางตาแดงระเรื่อ แววตาลึกล้ำทอดมองนาง ริมฝีปากยังมีรอยฟันจาง ๆ ที่นางกัดไว้เมื่อครู่
“จี้กวนหลาน” นางเอ่ยทีละคำ “ท่านกำลังงอนข้าอยู่ชัด ๆ”
“พิธีรีตองอะไรกัน? เมื่อก่อนตอนท่านให้ข้าคุกเข่าบนเตียง เคยสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ?”
ลูกกระเดือกของจี้กวนหลานขยับขึ้นลงอย่างหนักหน่วง
